สธ.ยันมีเตียงรักษาโควิดพอ ยังไม่มีนโยบายรักษาตัวเองจากที่บ้าน

สธ.ยันมีเตียงรักษาโควิดพอ ยังไม่มีนโยบายรักษาตัวเองจากที่บ้าน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ประธานคณะกรรมการโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทย์แห่งประเทศไทย (UHosNet) นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร่วมแถลงข่าวประเด็นการบริหารจัดการเตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สธ. โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. ได้มอบหมายสั่งการให้มีการบริหารจัดการเตียงด้วยระบบซิงเกิลคอมมานด์ (Single Command) เป็นการดูแลแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเราเข้าใจความห่วงใยของประชาชน ที่ถามถึงประเด็นว่า ผู้ป่วยไม่ได้นอนโรงพยาบาล (รพ.) หมายถึง เตียงไม่พอหรือผู้ป่วยล้น รพ.หรือไม่ จึงต้องเรียนว่า ผู้ป่วยไม่ได้นอนรพ. ไม่เท่ากับ เตียงไม่พอ แต่เกิดจากปัญหา 1.ประชาชนไปตรวจกับแล็บเอกชนและได้รับผลการตรวจว่าติดเชื้อ แต่แล็บไม่มีห้องแอดมิทผู้ป่วย 2.รพ.เอกชนบางแห่ง ไม่มีเตียง ไม่ขยายเตียง 3.การค้นหาเชิงรุก การตรวจในหน่วยบริการเคลื่อนที่ เช่น ตลาดบางแค ที่ตรวจหาเชื้อแล้วกลับไปฟังผลภายหลังที่บ้าน ทำให้พบผู้ป่วยมากแต่หา รพ. ไม่ได้ และ 4.ผู้ป่วยรอฟังผลที่บ้าน ต้องใช้เวลาประสานหาเตียง ซึ่งบางรายมีอาการแย่ลงในระหว่างรอ

“รัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้นโยบายชัดเจนว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทุกรายต้องอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพราะบางคนตรวจแล็บแล้วกลับไปรอผลที่บ้าน หากติดเชื้อและอยู่ระหว่างประสานหาเตียง ประสานการดูแลก็จะมีคนโทรเยี่ยม ช่วยดูแลเบื้องต้น” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า กรณีการคัดกรองเชิงรุกแล้วพบผู้ติดเชื้อ จะแบ่งตามความรุนแรง คือ สถานะสีเขียว ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย จะให้ กทม.รับไว้ใน รพ.สนาม ขณะที่ผู้ติดเชื้อจากการรับบริการ ไม่ว่าจะจากแล็บหรือ รพ.ใดก็ตาม หากความรุนแรงสถานะสีเขียว จะต้องเข้ารักษาในฮอสปิเทล (Hospitel) ส่วนสถานะสีเหลือง-สีแดง จะรับไว้ใน รพ. ที่มีเวียนกันทั้งในสังกัด กทม. สังกัด รพ.มหาวิทยาลัย/โรงเรียนแพทย์ สังกัดกรมการแพทย์ และ รพ.เอกชน โดยให้รพ.ทุกสังกัดสำหรับเตียงไอซียู โดยกรมการแพทย์เป็นหน่วยบริหารจัดการ โดยได้เตรียมพร้อมไว้ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยมาก เราจึงคาดว่าสัปดาห์นี้จะมีบางส่วนที่กลายเป็นผู้ป่วยหนัก ซึ่งสังกัด รพ.แพทย์ ร่วมกับกรมการแพทย์ ก็จะเป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ส่วนของภูมิภาคและปริมณฑล อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักปลัด สธ.

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดวันที่ 18 เมษายน มีเตียงจากสังกัดกรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต กระทรวงกลาโหม กทม. รพ.ตำรวจ โรงเรียนแพทย์ รพ.เอกชน รพ.สนาม และฮอสปิเทล ทั้งหมด 9,317 เตียงจากเดิมที่เคยมี 6-7 พันเตียง เป็นการเบ่งเตียงขยายจำนวนออกไป ในจำนวนนี้มีการครองเตียง 6,294 เตียง และยังว่างอยู่ 3,023 เตียง แต่ก็ยอมรับว่า มีประชาชนประสานมาแต่ยังเกิดปัญหาอยู่จริง เพราะบางรายไปตรวจแล็บ แต่ไม่มีเจ้าของไข้ เราก็จะแบ่งกันดูแล

“ก็มีคนบ่นว่า ประสานเตียงได้แต่ไม่มีรถรับ รถพยาบาลที่รับเวียนน้อยมาก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ สธ. ก็สั่งการเองว่าให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ไปหาทางจัดการหารถที่สามารถแบ่งคนไข้ เป็นตอนหน้าและตอนหลังได้ มาช่วยจัดการ ซึ่งตอนนี้ระยะแรกหาได้แล้ว 50 คัน จาก 3 บริษัท และจะเพิ่มเป็น 100 คัน ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการดูแลของศูนย์เอราวัณ 1669” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ช่วงนี้มีข่าวลือมากว่า เตียงไม่พอทางกรมการแพทย์จึงออกแนวทางให้ผู้ป่วยอยู่บ้าน ซึ่งต้องเรียนว่า ผู้ป่วยบางส่วนที่รอเตียง ก็อยู่ในระหว่างการดูแลตัวเองที่บ้านอยู่แล้ว ดังนั้น กรมการแพทย์จึงออกแนวทางปฏิบัติตนให้ถูกต้องระหว่างการรอเตียงอยู่ที่บ้าน และเป็นการเตรียมการรองรับในอนาคตที่อาจมีผู้ป่วยมาก โดยจะต้องมีระบบเทเลมอนิเตอร์(Telemonitor) ซึ่งขณะนี้ สปสช. กำลังเร่งเบิกจ่าย เพื่อจัดหาปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจน ส่งไปให้ผู้ป่วยที่รอเตียงอยู่ที่บ้าน แต่ยังไม่ใช่การปฏิบัติในตอนนี้ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับกรณีที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ขอย้ำสายด่วน 1669 (ศูนย์เอราวัณ เป็นหลักในการจัดหาเตียงในกรุงเทพฯ ส่วน 1668 สายด่วนกรมการแพทย์ (เฉพาะกิจ) รับสายเวลา 08.00-22.00 น. ทุกวัน โทรเยี่ยมผู้ติดเชื้อช่วยประสานเตียง และ 1330 สายด่วน สปสช. (รับสายตลอด 24 ชั่วโมง) ประสานจัดหาเตียง หรือหากติดต่อไม่ได้ เพราะสายเยอะมาก ให้ติดต่อไลน์ “สายดีบอต” อย่างไรก็ตาม สุดท้ายขอฝาก 3 ส. สติ สื่อสาร สามัคคี ทีมประเทศไทยจะฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดีอีเอส-พุทธิพงษ์ โต้ ‘ปวิน’ ยัน ไทยไม่ถอนฟ้องเฟซบุ๊ก
บทความถัดไปยอดโควิดสงขลาพุ่ง 32 คน สะสม 236 คน คงมาตรการคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง แหล่งท่องเที่ยวงดรวมตัว