หมอแนะติดโควิดกดเบอร์เดียวหาเตียง ลดความซ้ำซ้อนข้อมูล ถึงรพ.เร็ว

แฟ้มภาพ
หมอแนะติดโควิดกดเบอร์เดียวหาเตียง ลดความซ้ำซ้อนข้อมูล ถึงรพ.เร็ว

วันนี้ (21 เมษายน 2564) พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนกรณีที่สงสัยว่าตัวเองติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ว่า ในเบื้องต้นให้ตรวจสอบตัวเองก่อนว่า อยู่ในกลุ่มเสี่ยงระดับใด โดยสามารถค้นหาแบบประเมินในแอพพลิเคชันต่างๆของภาครัฐก็ได้ เช่น แอพพ์ฯ ของโรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี เป็นต้น ซึ่งเมื่อกรอกข้อมูลต่างๆไปแล้ว ระบบจะประมวลผลออกมาว่าท่านจัดเป็นเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงหรือไม่ ถ้ามีความเสี่ยงสูงก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

“ในกรณีที่มีความเสี่ยงต่ำอาจสังเกตอาการหรือแยกกักตัวที่บ้านก็ได้ (Home quarantine) เหตุผลที่ต้องกักตัวเพราะในวันนี้อาจไม่มีอาการ แต่อีก 3 วันข้างหน้า อาจมีอาการก็ได้ ความเสี่ยงก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งหากไม่แยกกักตัวก็จะไปเพิ่มความเสี่ยงให้กับคนในครอบครัวนั่นเอง” พญ.ปฐมพร กล่าว

พญ.ปฐมพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลนั้น ผลตรวจจะยังไม่ออกทันที แต่ถ้าบุคคลนั้นๆ มีอาการหรือเอกซเรย์ปอดแล้วพบว่า มีความเสี่ยง โรงพยาบาลจะหาเตียงให้นอน แต่ถ้าไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย ก็สามารถกลับบ้านได้ แต่เมื่อกลับบ้านแล้วมีข้อปฏิบัติคือ

1.แยกตัวเองอยู่ในที่พัก 14 วันนับจากวันตรวจคัดกรองไม่ว่าผลจะออกมาบวกหรือลบ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงหรือต่ำ เพราะวันที่ตรวจยังไม่มีอาการ ต่อมาอาจมีอาการก็ได้ ดังนั้นกักตัวให้ครบ 14 วัน

2.ไม่รับประทานอาการและใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น

3.ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ ช้อนส้อมและควรอยู่ในห้องที่แยกเดี่ยว แต่ถ้าที่บ้านมีห้องเดียวก็รอโรงพยาบาลว่าจะให้จัดการให้อย่างไร โรงพยาบาลอาจจะให้เข้านอนที่โรงพยาบาล ที่โรงพยาบาลสนาม หรือฮอสปิเทล (Hospitel) เป็นต้น

4.ล้างมือบ่อยๆ

5.สวมหน้ากากและอยู่ในระยะห่าง 1-2 เมตร

6.หลีกเลี่ยงการพูดคุย โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง

7.ทิ้งหน้ากากอนามัยในถุงพลาสติก ปิดถุงให้สนิท ทิ้งลงถึงขยะที่มิดชิด จากนั้นต้องล้างมือเสมอ

8.เมื่อไอ จาม ต้องปิดจมูกถึงคางทุกครั้ง

9.ทำความสะอาดที่พักด้วยน้ำยาฟอกขาว 5% หรือเช็ดผิวสัมผัสด้วยแอลกอฮอล์ 70%

และ 10.ซักเสื้อผ้าด้วยน้ำอุณหภูมิ 60-90 องศาเซลเซียสแล้วตากแดด

พญ.ปฐมพร กล่าวว่า ในกรณีที่ผลตรวจออกมาแล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แต่ขณะนั้นยังไม่มีเตียงว่าง ในระหว่างที่รอเตียงก็ปฏิบัติตัวตามแนวทางข้างต้นเช่นกัน แต่ต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ต้องปฏิบัติให้ได้ 100%

“เมื่อตรวจพบว่ามีเชื้อ โดยหลักการแล้ว ตรวจที่ไหนโรงพยาบาลนั้นจะหาเตียงให้ก่อน หากโรงพยาบาลไม่มีเตียงก็จะหาเตียงในโรงพยาบาลเครือข่าย ถ้าโรงพยาบาลเครือข่ายไม่มีเตียง ก็หานอกเครือข่ายผ่านศูนย์ประสานจัดหาเตียง ส่วนจะได้นอนในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หรือฮอสปิเทล ขึ้นอยู่กับอาการ ถ้าอาการไม่หนัก ก็นอนโรงพยาบาลสนาม หรือฮอสปิเทล ขึ้นอยู่กับว่าตรงไหนมีเตียงว่าง โดยจะมีแพทย์และพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หากซักประวัติและเอกซเรย์ปอดแล้วมีข้อสงสัยว่าปอดอักเสบ ก็จะย้ายไปนอนโรงพยาบาล” พญ.ปฐมพร กล่าว

พญ.ปฐมพร กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างรอประสานหาเตียงนั้น ขอแนะนำว่าไม่ต้องโทรไปที่สายด่วนหลายแห่ง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เพราะศูนย์บริหารจัดการเตียงขณะนี้คือ ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีที่โรงพยาบาลไม่มีเตียงจะโทรเข้าศูนย์นี้โดยตรง เพื่อประสานหาเตียงให้ ขณะที่สายด่วนอื่นๆ เช่น 1330, 1668 และแอพพ์ฯ @sabaideebot ก็จะบันทึกข้อมูลและส่งไปศูนย์เอราวัณเหมือนกัน

“ดังนั้น ถ้าโทรไปแล้วครั้งหนึ่ง ไม่ต้องโทรไปสายด่วนอื่นๆ เพราะทุกวันนี้ศูนย์เอราวัณต้อง Clean ข้อมูลทุกวัน ซึ่งพบว่าเป็นข้อมูลซ้ำกว่าร้อยละ 50” พญ.ปฐมพร กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมอุตุฯ แจ้งอากาศร้อนถึงร้อนจัด เตือนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง
บทความถัดไปรองปธ.วุฒิฯ โต้ข่าวติดโควิด ยันเป็นแค่กลุ่มเสี่ยง อยู่ระหว่างกักตัวดูอาการ