โควิดกทม.-ปริมณฑลวันเดียว 740 ราย เป็นปัญหาที่สุด สธ.ขอเวิร์กฟรอมโฮม

โควิดกทม.-ปริมณฑลวันเดียว 740 ราย เป็นปัญหาที่สุด สธ.ขอเวิร์กฟรอมโฮม

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งนี้เริ่มต้นจากสถานบันเทิง แพร่ไปสู่ครอบครัว ชุมชน ที่ทำงาน ในหลายจังหวัดสามารถควบคุมให้หยุดที่สถานบันเทิง คนในครอบครัวได้ แต่พบว่าบางจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร พบว่าระยะหลังติดเชื้อในชุมชนมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนในประเทศ

“ภาพรวมการพบผู้ติดเชื้อเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วันนี้พบรายใหม่ 740 ราย สะสม 5,515 ราย ซึ่งยังเป็นจุดที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด รองมา เชียงใหม่ สะสม 2,834 ราย ชลบุรี 1,665 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 941 ราย นนทบุรี 940 ราย ส่วนที่ต้องจับตาดู คือ นครราชสีมา และ อุดรธานี” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวว่า ขณะที่ จ.เชียงใหม่ มีตัวเลขเพิ่มขึ้นจากกลุ่มก้อนสถานปฏิบัติธรรม และกลุ่มการศึกษาบางกลุ่ม ดังนั้น ต้องขอความร่วมมือการงดจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 50 คนขึ้นไป เนื่องจากพบว่ามีการฝ่าฝืนหลายจังหวัด เช่น เล่นพนัน งานเลี้ยง งานต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หากมีความจำเป็นก็สามารถออกคำสั่งเพิ่มเติมจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ได้

นพ.โอภาส กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ ยังมาจากการติดเชื้อในที่ทำงาน การรับประทานอาหารร่วมกัน ส่วนการติดเชื้อจากการโดยขนส่งสาธารณะยังไม่ใช่ปัจจัยมากนัก ทั้งนี้ มาตรการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) มีความสำคัญมาก เพื่อลดกิจกรรมการพบปะที่ไม่จำเป็นออกมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนเข้มงวดในข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงการป้องกันโรคส่วนบุคคล ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือ

นพ.โอภาส กล่าวว่า สถานการณ์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย สะสม 964,825 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น ผู้ที่ได้รับเข็มที่ 1 จำนวน 834,082 ราย และผู้ที่ได้รับครบ 2 เข็ม จำนวน 130,743 ราย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม แบ่งเป็น บุคลากรสาธารณสุข 60,489 ราย เจ้าหน้าที่ด่านหน้า 14,376 ราย ผู้อายุมากกว่า 60 ปี 49 ราย ผู้มีโรคประจำตัว 8,105 ราย และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 47,724 ราย

“เรามีวัคซีนในมือ 2 ล้านโดส คาดว่าพรุ่งนี้ (24 เมษายน 2564) จะฉีดได้เกิน 1 ล้านโดส จะเห็นได้ว่าการฉีดเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยวัคซีนล็อตที่ 3 จำนวน 1 ล้านโดส ขณะนี้ ผ่านไป 4 วัน แต่ฉีดแล้ว 3 แสนโดส เป็นเหมือนบททดสอบ ตามแผนที่วัคซีนล็อตใหญ่ที่จะมาเดือนมิถุนายนนี้ เราก็เชื่อมั่นในศักยภาพการฉีด ซึ่งคงจะมีข่าวดีให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะต่อไป” นพ.โอภาส กล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หลายวันนี้ตรวจเลขผู้ป่วยใหม่จะค่อนข้างสูง แต่ภาพรวมยังถือว่าไม่ได้พุ่งสูงมากอย่างที่กังวลกันในตอนแรก ยังอยู่ในระดับที่พอจะควบคุมสถานการณ์ได้

“แต่ 2-3 วันข้างหน้า จะเป็นจุดสำคัญในการดูว่า ตัวเลขจะพุ่งสูงขึ้นหรือไม่ หรือลดลงอย่างไร คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะต้องตัดสินใจว่าจะต้องเพิ่มมาตรการอะไรต่อไปหรือไม่ หรือจะคงมาตรการเช่นนี้ต่อไป สำหรับกรุงเทพฯ ที่มีอัตราการติดเชื้อสูง ต้องจับตา 2-3 วัน สถานการณ์ไม่ดีขึ้นอาจจะต้องมีการออกมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเฉพาะในพื้นที่ของกรุงเทพฯ” นพ.โอภาส กล่าวย้ำ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon