ห่วงวงก๊งเหล้า-พนันตามบ้านและงาน ซ้ำเติมโควิดระบาด กักตัวอยู่บ้านก็เสี่ยงเป็นเหยื่อพนันออนไลน์

ห่วงวงก๊งเหล้า-พนันตามบ้านและงาน ซ้ำเติมโควิดระบาด กักตัวอยู่บ้านก็เสี่ยงเป็นเหยื่อพนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.) กล่าวว่า โควิด-19 รอบนี้หนักกว่าสองรอบที่ผ่านมา ชัดเจนว่าคลัสเตอร์จากแหล่งอบายมุขร้านเหล้าผับบาร์ บ่อนพนัน เป็นจุดของการแพร่เชื้อ ซึ่งประชาชนกำลังจับตาว่าผับบาร์ไฮโซย่านทองหล่อ รัชดา นนทบุรี นครราชสีมา สงขลา ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ ที่เป็นคลัสเตอร์สำคัญๆ ในครั้งนี้ ผู้รักษากฎหมายจะสามารถเอาผิดคนที่เกี่ยวข้องได้มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้ จากการมอนิเตอร์ข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนในช่วงโควิดรอบใหม่เดือนเมษายน 2564 รวบรวมโดยเว็บไซต์ stopdrink พบว่า มีข่าวผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 134 ข่าว เฉลี่ยวันละ 5 ข่าว ส่วนใหญ่เป็นข่าวการติดเชื้อโควิด-19 กว่าร้อยละ 60 ที่เหลือเป็นข่าวความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท และล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อพิจารณาข่าวโควิด-19 ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปเกี่ยวข้อง พบเป็นข่าวคลัสเตอร์สถานบันเทิงผับบาร์ ร้านเหล้า (ย่านทองหล่อ-รัชดา นครราชสีมา นนทบุรี สงขลา ภูเก็ต ฯลฯ)

รวมถึงข่าวการแพร่เชื้อต่อจากคลัสเตอร์เหล่านี้ 20 ข่าว หรือร้อยละ 26 ที่น่าตกใจคือเป็นข่าวติดเชื้อจากการตั้งวงกินดื่มกันเองตามบ้าน ริมหาด งานบวช งานบุญ งานศพ สูงถึง 56 ข่าว หรือร้อยละ 74 สะท้อนว่าการตั้งวงสังสรรค์เป็นอีกปัญหาใหญ่ จึงอยากวิงวอนพี่น้องประชาชนให้งดการตั้งวงกินดื่มในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด ขอให้คิดไว้เสมอว่าคนที่นั่งกินกับคุณอาจจะติดเชื้อมา และทางที่ดีลด ละ เลิก จะดีที่สุด

“นอกจากการแพร่ระบาดที่ถือว่าร้านเหล้าผับบาร์-วงเหล้า สัมพันธ์ชัดเจนกับการแพร่เชื้อแล้ว อีกด้านหนึ่ง งานวิชาการทั่วโลก ยืนยันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีส่วนทำลายภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพราะไม่สามารถตรวจจับ กำจัด และทำลายหรือต่อสู้กับเชื้อโควิด-19 รวมทั้งทำให้ความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อบกพร่องด้วย นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของคนที่ดื่มให้เสื่อมทำงานผิดปกติ เมื่อสัมผัสเชื้อและแพร่เชื้อทำให้อาการติดเชื้อรุนแรงขึ้น ยังไม่นับพฤติกรรมเสี่ยงสารพัดจากการขาดสติ กลายเป็นภาระของหมอ พยาบาล” นายชูวิทย์กล่าว

นายณัฐพงษ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน
นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์

 

ด้าน นายณัฐพงษ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า ยังมีการรวมตัวลักลอบเล่นการพนันในหลายพื้นที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ทั้งจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอปากช่อง ลงพื้นที่จับกุมนักพนัน 13 คน พร้อมอุปกรณ์การเล่นไฮโล และทีวี 3 เครื่อง (มวยตู้) คาดว่ามีการรวมตัวลักลอบเล่นพนันกว่า 100 คน กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สนธิกำลังอาสาฝ่ายปกครองและตำรวจ บุกทลายบ่อนไก่ชนรวบนักพนันได้ 15 คน อีกกว่า 20 คน วิ่งหนีกระเจิง และล่าสุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีฯ พบไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลายคนเข้าเล่นพนันไฮโลในงานศพ ทำให้ประชาชนหลายคนตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการการ์ดตกของประชาชนกลุ่มนี้อย่างรุนแรง ไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวม ละเมิดกฎหมายและฝ่าฝืนคำสั่งการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ จึงอยากให้มีการลงโทษสถานหนักกับผู้ที่ยังลักลอบตั้งวงเล่นพนัน

“อีกสถานการณ์ที่น่าห่วง คือ การเติบโตของธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ ที่ฉกฉวยโอกาสที่เด็กเยาวชนและประชาชนต้องหยุดเรียนหยุดงานอยู่บ้าน กระตุ้นยอดลูกค้าด้วยโปรโมชั่นล่อตายั่วใจ การรีวิว และวาทกรรมสวยหรูว่าจะเป็นช่องทางการหาเงินได้ง่ายๆ ที่พบเห็นเป็นประจำบนเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ทำให้หลายคนที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจรู้ไม่เท่าทัน กลายเป็นเหยื่อทั้งจากพนันบาคาร่า สล็อต พนันบอล เป็นต้น จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกวดขันและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง”

นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ตลอดจนขอให้ประชาชนร่วมกันเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสสถานที่ลักลอบเล่นการพนัน ส่งตรงถึงทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ ขอให้เพื่อนๆ เยาวชน ประชาชน หยุดแชร์ หยุดเชียร์ หยุดชวนพนันออนไลน์ และหยุดพฤติกรรมรวมกลุ่มตั้งวงเล่นไพ่ วงพนันทุกรูปแบบ จำเป็นต้องปฏิบัติตามแนวทางชีวิตวิถีใหม่อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ชลน่าน’ สงสัย รัฐบาลมีวาระซ้อนเร้น หวงเอกชนร่วมจัดหาวัคซีนทางเลือก
บทความถัดไปมูลนิธิร่วมกตัญญู ใส่ชุด PPE เก็บร่างชายนิรนามเสียชีวิตคาห้องน้ำปั๊มน้ำมันย่านจตุจักร