สธ.เผยต้นตอสายพันธุ์แอฟริกาใต้ เหตุเมียชาวมาเลเซีย ลักลอบเข้าไทย

23.05.21 | 13:53 น.

สธ.เผยต้นตอสายพันธุ์แอฟริกาใต้ เหตุเมียชาวมาเลเซีย ลอบเข้าไทย แพร่ต่อ 83 ราย พบติดสายแอฟริกาฯ 3 ราย

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวว่า การระบาดในแต่ละจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในตลาดบางกะปิ ย่านศรีวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, สมุทรปราการ อ.บางเสาธง อ.เมือง, ปทุมธานี ตลาดสี่มุมเมือง, เพชรบุรี โรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ.เขาย้อย, ชลบุรี โรงงานผลิตสายไฟ, มหาสารคาม การระบาดในชุมชน และ นราธิวาส ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ พบผู้ป่วยใหม่ 12 ราย แต่มีเพียง 3 รายที่เกี่ยวข้องกับการพบสายพันธุ์ B.1.351 โดย พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู รักษาการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานว่า พบรายที่ 1 เป็นชาย อายุ 32 ปี ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 4 พ.ค. หลังจากนั้นพบการระบาดไปอีก 3-5 วง รวมแล้ว 83 ราย ฉะนั้น การกระจายเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ จะต้องสุ่มตรวจจีโนม หรือการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสเป็นระยะ ซึ่งในนี้สุ่มมา 10 ราย พบว่ามี 3 รายเป็นสายพันธุ์ B.1.351

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีพบการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ว่า จากการสุ่มตัวอย่างเชื้อไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายการตรวจหาเชื้อกลายพันธุ์ของคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หลังพบการระบาดเป็นคลัสเตอร์ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 83 ราย ทั้งนี้ ใน 83 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และรักษาหายแล้ว 16 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 67 ราย พบว่า มี 3 ราย เป็นเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งขณะนี้รักษาหายแล้ว

นพ.โอภาสกล่าวว่า โดยผู้ป่วยรายแรก เป็นชายไทยอายุ 32 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ขณะที่ป่วยอยู่ที่หมู่ 9 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เริ่มป่วยช่วงเดือนเม.ย. จากไทม์ไลน์พบว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ภรรยาเป็นชาวมาเลเซีย และบุตรเดินทางเข้ามาผ่านพรมแดนธรรมชาติ และอยู่ด้วยกัน ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. ชายท่านนี้มีอาการไข้ ปวดเมื่อย ปวดท้อง ซื้อยามารับประทานเอง วันที่ 27 เม.ย. มีอาการอาเจียน ปวดท้อง ไม่มีไข้ ไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งใน อ.ตากใบ แพทย์ฉีดยาให้

วันที่ 28 เม.ย. ไปหาหมอที่คลินิกเดิม แพทย์ฉีดยาให้ วันที่ 30 เม.ย. ไปรับการรักษาที่ รพ.ตากใบ แอดมิท 1 คืน วันที่ 1 พ.ค.ออกจาก รพ.ตากใบ และไปคลินิกแห่งหนึ่ง ที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส วันที่ 2 พ.ค. รักษากับหมอพื้นบ้านใน อ.เมือง จ.นราธิวาส วันที่ 4 พ.ค.ตรวจพบเชื้อโควิด-19 และวันที่ 5 เข้ารับการรักษา ในรพ.เอกชน ใน จ.ยะลา ส่งต่อไปรักษาที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ขณะนี้รักษาหายแล้ว ส่วนภรรยากับลูกได้เดินทางกลับประเทศมาเลเซียแล้ว

นพ.โอภาส กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว ทำให้มีการปิดพื้นที่หมู่ 9 ต.เกาะสะท้อน ไม่ให้มีการเข้า-ออก ทำการสอบสวนโรค พบว่ามีผู้สัมผัสเพิ่มเติม พบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 698 ราย ค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ 160 ราย และให้อยู่ในสถานกักกันโรคท้องถิ่น (local quarantine) นอกจากนี้ตั้งแต่ 8 พ.ค. ยังมีการตั้งด่านตรวจที่หมู่ 4 หมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 ต.เกาะสะท้อน และมีการเปิดสถานกักกันโรคระดับท้องถิ่น (Local quarantine) เพิ่มเติม ขณะนี้ ศูนย์ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินตากใบ นราธิวาส มีการประเมินติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ไม่มีการพบผู้ป่วยเพิ่มเติม

Advertisement

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์แอฟริกาใต้ มีลักษณะใกล้เคียงกับประเทศมาเลเซีย รวมกับประวัติที่สอดคล้องกันของผู้ป่วยรายแรกมีการสัมผัสญาติที่ลักลอบเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ดังนั้นเชื่อได้ว่ามีการติดมาจากประเทศมาเลเซีย และกรณีนี้ทำให้เราได้ทราบว่าโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อโดยเฉพาะการข้ามพื้นที่ตามแนวชายแดนโดยมาเลเซีย เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้มีสถานการณ์การติดเชื้อค่อนข้างรุนแรงพบเชื้อหลายสายพันธุ์ ดังนั้นต้องระมัดระวังการเดินทางข้ามไปข้ามมาขอความร่วมมือประชาชนกรณีพบผู้เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย

“สายพันธุ์แอฟริกาใต้เป็นสายพันธุ์ที่เราให้ความสนใจ เนื่องจากข้อมูลในขณะนี้บ่งชี้ว่าการตอบสนองต่อวัคซีนต่อสายพันธุ์นี้อาจจะไม่ดีเท่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วัคซีนทุกชนิดยังมีความสามารถในการลดอาการรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตได้เพราะฉะนั้น ยังมีประโยชน์ที่จะให้วัคซีนในกรณีนี้อยู่ ส่วนแง่ของความสามารถในการกระจายเชื้อนั้น สายพันธุ์แอฟริกาใต้ไม่แตกต่างจากสายพันธุ์อังกฤษ และสายพันธุ์อินเดีย ความรุนแรงของโรคไม่ได้มากกว่าปกติ” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า มาตรการในการป้องกันจะใช้การค้นหาผู้ป่วย เมื่อพบผู้สัมผัสก็ต้องตรวจหาเชื้อและแยกตัว ส่วนมาตรการส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นเชื้อสายพันธุ์ไหน ยังต้องใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง รวมถึงวัคซีนก็ยังเป็นประโยชน์ที่จะต้องดำเนินการฉีดอย่างต่อเนื่องควบคู่กับมาตรการเหล่านี้