สำรวจศูนย์ฉีดวัคซีน สถานีกลางบางซื่อ

24.05.21 | 07:54 น.

สำรวจศูนย์ฉีดวัคซีน สถานีกลางบางซื่อ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ตอนนี้ ถือเป็นการระบาดในระลอกที่ 3 แล้ว ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งจัดหาและเปิดจุดให้บริการฉีดวัคซีน โดยในครั้งนี้รัฐบาลได้เลือกพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ปรับมาเป็นสถานที่ฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรด่านหน้าในสังกัดกระทรวงคมนาคมก่อน โดยจะเริ่มฉีดในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.ของทุกวัน จนกว่าจะฉีดวัคซีนให้จนครบทุกคนในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2564

สถานีกลางบางซื่อถือเป็นสถานที่ เหมาะสมต่อการให้บริการฉีดวัคซีน เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางไม่แออัด โดยกำหนดใช้ พื้นที่ในสถานี 14,294 ตารางเมตร แบ่งเป็น โถงชั้นล่าง 2 โถง 6,758 ตารางเมตร ชั้นลอย 4,170 ตารางเมตร พื้นที่ฉีดวัคซีนของกระทรวงคมนาคม 812 ตารางเมตร พื้นที่เก็บยาและวัคซีน 234 ตารางเมตร และพื้นที่ Rest Area ของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข 2,320 ตารางเมตร

อีกทั้งยังมีการแบ่งสัดส่วนการให้บริการอย่างเป็นระบบระเบียบ ซึ่งในช่วงแรกจะเปิดให้บริการแก่บุคลากรในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพราะต้องการลดความแออัดในพื้นที่การฉีดอื่นๆ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีบุคลากรจำนวนมาก หากจะให้ไปรับการฉีดวัคซีนพร้อมกันที่เดียวในสถานที่ที่ให้บริการแก่ประชาชนด้วย ทางภาครัฐมองว่าจะเป็นการเพิ่มความแออัด และความเสี่ยงเข้าไปอีก จึงได้จัดตั้งสถานที่นี้ขึ้นมา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ

นายอนุทินเผยว่า สำหรับศูนย์ฉีดวัคซีนดังกล่าวนี้ได้แบ่งการบริการเป็น 4 จุด โดยจุดที่ 1 เป็นที่พักคอย รองรับได้ 1,400 ที่นั่ง จุดที่ 2 เป็นพื้นที่ลงทะเบียนข้อมูลเซ็นใบยินยอม รองรับได้ 179 โต๊ะ จุดที่ 3 จุดฉีดวัคซีน รองรับได้ 100 โต๊ะ จุดที่ 4 จุดพักรอสังเกตอาการ มีประมาณ 800 ที่นั่ง ซึ่งจะสามารถรองรับการฉีดวัคซีน 900 คน/ชั่วโมง หรือเป้าหมายสูงสุด 1 หมื่นคน/วัน ซึ่งภาครัฐได้เตรียมวัคซีน จำนวน 3.5 แสนโดส ไว้ให้บริการ จะเริ่มทดลองระบบวันแรก 24 พฤษภาคมนี้ โดยเริ่มฉีดวัคซีนให้กลุ่มขนส่งสาธารณะที่ลงทะเบียนผ่านกระทรวงคมนาคมเป็นส่วนแรก หลังจากนั้นจะขยายเปิดบริการให้องค์กรอื่นๆ และประชาชนต่อไป

Advertisement

อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ขณะนี้ มีวัคซีนเพียงพอและปัจจุบันยังมีแผนนำเข้าวัคซีนอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ผู้ที่มีสถานที่ขนาดใหญ่ลักษณะนี้ ใช้สถานีกลางบางซื่อเป็นโมเดลในการปรับพื้นที่เป็นสถานที่บริการฉีดวัคซีน โดยปรับเป็น “สถานีสุขภาพดี” เพื่อทำให้การฉีดวัคซีนรวดเร็วและรองรับประชาชนได้มากขึ้น

ส่วนการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ขณะนี้ได้สำรวจรายชื่อบุคลากรที่ให้บริการขนส่งพบว่า มีจำนวนรวมทั่วประเทศประมาณ 3 แสนคน แบ่งเป็น ขนส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 5.9 หมื่นคน และที่เหลืออยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น กลุ่มแรกที่กระทรวงส่งรายชื่อให้รับวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อจะเป็น กลุ่มขนส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 5.9 หมื่นคน โดยจะเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป เริ่มนำร่องฉีดในวันแรก จำนวน 5,000 คน ก่อนจะขยายผลเป็นวันละประมาณ 1 หมื่นคน ต่อไป ซึ่งการให้บริการจะใช้เวลาทั้งหมดเพียง 45 นาที/คนเท่านั้น และจะเป็นการให้บริการแบบวันเวย์ โดยเมื่อรับบริการเสร็จสามารถเดินออกทางประตูฝั่งสถานีรถไฟบางซื่อได้เลย เพื่อลดการแออัดในตัวสถานี ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมจะเตรียมรถชัตเทิลบัสไว้ให้บริการประชาชนภายในสถานีอีกด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงแรกจะนำร่องฉีดกลุ่มขนส่งก่อน หากครบแล้ว กระทรวงจะใช้พื้นที่นี้เป็นศูนย์ให้บริการฉีดวัคซีนขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ เพื่อรองรับประชาชนทั่วไปตามนโยบายของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.

ส่วนบุคลากรของคมนาคมในภูมิภาค ประมาณ 2.7 แสนคน จากจำนวนทั้งหมด 3 แสนคน เบื้องต้นต้องประสานงานกับสาธารณสุขจังหวัดเพื่อดำเนินการ แต่จะได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ว่าราชการจังหวัด คาดว่าจะสามารถดำเนินการฉีดครบตาม ความต้องการได้ภายใน 2-3 เดือนนี้

นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กระทรวงได้เตรียมรถขนส่งประจำทางฟรีเพื่อบริการประชาชนในจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ เข้ามารับวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ แบ่งเป็น 3 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางเชื่อมระบบโดยสารทางน้ำ จากท่าเรือบางโพ-สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน-สถานีกลางบางซื่อ 2.เส้นทางใจกลางเมือง เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สถานีกลางบางซื่อ 3.เส้นทางเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า เริ่มต้นสถานีห้าแยกลาดพร้าว ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว-สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร-ตลาด อ.ต.ก.-สถานีกลางบางซื่อ

ส่วนขั้นตอนการฉีดวัคซีน แบ่งเป็น ระยะที่ 1 ให้บริการบุคลากรจากระทรวงคมนาคม จำนวนประมาณ 6 หมื่นคน เริ่มต้นฉีดวัคซีนในวันที่ 24 พฤษภาคม คาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนแล้วเสร็จในวันที่ 6 มิถุนายน ระยะที่ 2 ให้บริการ 3 กลุ่ม รวม 1 หมื่นคนต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นไป คือ 1.กลุ่มองค์กรที่ประสานมายังสาธารณสุข จำนวน 3 พันคน ต่อวัน 2.กลุ่มประชาชนทั่วไป ลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือออนไซต์ (On-site Registration) จำนวน 2 พันคนต่อวัน และ 3.กลุ่มประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านเครือข่าย และแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม 5 พันคนต่อวัน โดยกลุ่มที่ 3 นี้ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายโทรคมนาคม 4 แห่งคือ เอไอเส ดีแทค ทรู และเอ็นที ซึ่งจะติดต่อไปยังผู้ใช้บริการเครือข่ายมือถือ และให้กรอกข้อมูลลงทะเบียนจองรับวัคซีนต่อไป

สำหรับข้อมูลจำนวนบุคลากรคมนาคมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งภาครัฐและบุคลากรขนส่งภาคเอกชน อาทิ คนขับรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง คนขับรถตู้ รถร่วมบริการ ขสมก. และ บขส. เป็นต้น ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง มีจำนวน 183,814 คน แบ่งเป็น บุคลากรหน่วยงานรัฐ จำนวน 47,179 คน แจ้งขอรับวัคซีนแล้ว 45,542 คน บุคลากรขนส่งภาคเอกชน จำนวน 138,272 คน แจ้งขอรับวัคซีนแล้ว 22,003 คน หรือเท่ากับเบื้องต้นมีการยืนยันเข้าฉีดวัคซีน จำนวน 67,545 คน ส่วนที่เหลือจะทยอยเข้าลงทะเบียนต่อไป

นอกจากนี้ ในกลุ่มของผู้ให้บริการดิลิเวอรีเบื้องต้นได้แจ้งขอรับวัคซีนแล้วประมาณ 1 หมื่นคน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เสียงสะท้อนจากผู้ให้บริการ ตัวจริงอย่างคนขับแท็กซี่ให้ความเห็นว่า ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดย ตอนนี้คนขับแท็กซี่จำนวนมากได้ไปลงทะเบียนกับทางกรมการขนส่งทางบกไว้แล้ว แต่ด้วยจำนวนแท็กซี่ทั้งหมดที่มีกว่า 1 แสนคน อาจจะไม่ได้ไปฉีดที่สถานีกลางบางซื่อทั้งหมด ขณะนี้รอความชัดเจนจากหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ว่าจะให้แต่ละคนไปฉีดที่ใดบ้าง เชื่อว่าคงแบ่งตามโซนที่พักอาศัย ซึ่งตอนนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็ได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้หลายจุดแล้ว ไม่เพียงป้องกันตัวเอง และยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการอีกด้วย