พบซากกระทิงกุยบุรี ตายมาแล้ว 3 วัน สัตวแพทย์ชี้ ขวิดกันเอง

พบซากกระทิงกุยบุรี ตายมาแล้ว 3 วัน สัตวแพทย์ชี้ ขวิดกันเอง

วันที่ 16 มิถุนายน น.ส.สุพร พลพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 13.00 ได้รับแจ้งจากนายสมพงษ์ เอมโอด หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.1(ป่ายาง) ว่า ขณะออกลาดตระเวนเส้นทางหุบตาวิทย์ จนถึงบริเวณห้วยท้ายบ่อ 2 พบซากกระทิง เพศผู้ นอนตายอยู่ในลำห้วย จึงได้ประสานงานแจ้งผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบ โดยเวลา 15.30 น. คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เข้าตรวจสอบบริเวณที่พบซากกระทิง จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบซากกระทิง เพศผู้ อายุ  15 – 20 ปี น้ำหนักประมาณ 1,200-1,300 กิโลกรัม คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 2-3 วัน
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า  สัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย นำโดย น.ส.ภาวินี แก้วแกม สัตวแพทย์ประจำสถานีฯ เข้าทำการผ่าพิสูจน์ซากกระทิง จากการผ่าพิสูจน์ซาก สัตวแพทย์ลงความเห็นว่า สภาพภายนอกมีแผลที่มีลักษณะเป็นรูกว้างประมาณ 2-3 ซม. อยู่ที่บริเวณช่วงอกส่วนล่าง พบบริเวณหลังส่วนท้ายลำตัวมีร่องรอยที่เป็นเหมือนลักษณะรอยขีดข่วน
“ผลผ่าชันสูตรซาก พบว่าแผลที่มีลักษณะเป็นรูนั้น มีการทะลุเข้าไปถึงช่วงอก และกล้ามเนื้อบริเวณแผล มีการคั่งของเลือด และมีหนอง กระเพาะอาหาร และลำไส้มีเลือดออก ส่วนอวัยวะอื่น ๆ เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด มีลักษณะเน่าเละ สัตวแพทย์จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อของหลอดลม หลอดอาหาร ม้าม ผนังกระเพาะและลำไส้ ผิวหนังที่มีลักษณะพุพอง ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้จากผลการผ่าชันสูตรซากกระทิง จึงสันนิษฐานว่า สาเหตุการตายของกระทิงนั้นเกิดจากการต่อสู้กันเอง แล้วถูกเขาแทงทะลุเข้าไปในช่องอก จึงทำให้กระทิงตัวดังกล่าวตาย จากนั้น จึงทำการฝังกลบตามหลักวิชาการ”หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ฝ่ายค้าน’ ยื่นร่างแก้ไข รธน. 5 ร่าง เห็นพ้องร่างแก้ 272 ที่เหลือ ‘ก้าวไกล’ ขอเว้น
บทความถัดไปอัครเดช เสนอสลับเก้าอี้ รมช.สธ.กับรมช.เกษตร เหตุ ‘สาธิต’ ไร้อำนาจแก้วัคซีนขาดแคลน