กทม.ลุยตรวจแคมป์ก่อสร้างเขตวัฒนา พบ 2 แห่งติดเชื้อโควิด 112 ราย สั่งปิดคุมโรคแล้ว

กทม.ลุยตรวจแคมป์ก่อสร้างเขตวัฒนา พบ 2 แห่งติดเชื้อโควิด 112 ราย สั่งปิดคุมโรคแล้ว

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นางวัลยา วัฒนรัตน์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่เขตวัฒนา จำนวน 3 จุด ได้แก่ แคมป์ บจก.เจดับบลิวเอสคอนสตรัคชั่น ซอยเอกมัย 23 แคมป์ บจก. 27 วิศวกรรม ซอยเอกมัย 23 และแคมป์ บจก. ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น ซอยเอกมัย 23 โดยมี น.ส.สุชิรา ศิลานนท์ ผู้อำนวยการเขตวัฒนา ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เขตวัฒนา ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

นางวัลยาเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดในลักษณะกลุ่มก้อน หรือคลัสเตอร์ ที่เกิดขึ้นในแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตวัฒนา จึงได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมโรคในแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้าง บริเวณแคมป์ที่พักคนงาน โดย กทม.ได้กำชับให้ผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และให้คนงานทั้งหมดได้ตรวจเชิงรุกโควิด-19 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อกำชับมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมโรคในแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรวจสอบตามคู่มือและแบบตรวจสอบตามที่ทางราชการกำหนด พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลให้แก่สำนักงานเขต เพื่อตรวจซ้ำว่าเป็นไปตามที่ผู้ประกอบการตรวจสอบหรือไม่ จากนั้นจัดส่งผลการตรวจของสำนักงานเขตไปยังศูนย์ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระดับกลุ่มเขตเพื่อตรวจกำกับอีกลำดับชั้น เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการปฏิบัติสูงสุด

รองปลัด กทม.กล่าวว่า จากการลงพื้นที่แคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่เขตวัฒนา จำนวน 3 จุด ข้อมูล ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2564 พบว่า แคมป์ บจก.เจดับบลิวเอสคอนสตรัคชั่น ซอยเอกมัย 23 มีคนงานทั้งสิ้น 487 คน ตรวจพบผู้ป่วยทั้งสิ้น 69 คน ส่วน แคมป์ บจก. 27 วิศวกรรม ซอยเอกมัย 23 มีคนงานทั้งสิ้น 268 ตรวจพบผู้ป่วยทั้งสิ้น 43 คน

“ทั้งนี้ได้นำตัวผู้ที่ตรวจพบเชื้อจากทั้ง 2 แคมป์ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว รวมถึงมีคำสั่งปิดแคมป์คนงานและกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นเวลา 14 วัน และมีการแยกกักตัวผู้ที่ติดเชื้อกับผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูงภายในแคมป์อย่างเป็นระบบ ตามมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล (Bubble and Seal) ภายในแคมป์คนงานเพื่อจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงาน ด้วยการซีล ซึ่งใช้กับแคมป์คนงานที่พนักงานสามารถพักในแคมป์ได้เพื่อเอื้อต่อการใช้มาตรการดังกล่าวสำหรับการควบคุมโรค ส่วนบับเบิล ใช้กับคนงานที่พักอยู่นอกแคมป์ซึ่งมีการควบคุมโรคที่ยากกว่าจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำคนงานมาอยู่ในแคมป์ให้มากขึ้นหรือจัดหาที่พักคนงานให้อยู่ในสถานที่ที่กำหนด ควบคุมได้ เช่น หอพักภายในแคมป์ โดยให้ผู้ประกอบการเข้มงวดในมาตรการป้องกันโรค” รองปลัด กทม.กล่าว

นอกจากนี้ นางวัลยากล่าวว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตวัฒนา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ และฝ่ายความมั่นคงจาก พล.ม.2 รอ. เข้าร่วมควบคุมพื้นที่เพื่อควบคุมการเข้า-ออกแคมป์ และการเคลื่อนย้ายแรงงาน ตามแผนที่กำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

“ในส่วนของแคมป์ บจก.ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น ซอยเอกมัย 23 มีคนงานทั้งสิ้น 122 ยังไม่พบติดเชื้อ ขณะนี้ได้ใช้มาตรการบับเบิล โปรโตคอล (Bubble Protocol) โดยคนงานก่อสร้างและผู้อยู่อาศัยทั้งหมด จะถูกจำกัดให้อยู่ในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง (Construction Site) และแคมป์ที่พัก (Camp) เท่านั้น โดยจัดให้มีระบบการรับ-ส่ง หรือติดตามการเดินทางระหว่างพื้นที่ก่อสร้างและแคมป์ที่พัก ซึ่งแยกออกจากชุมชนเพื่อการควบคุมโรคตามมาตรฐาน” นางวัลยากล่าว และว่า นอกจากนี้ ได้กำชับให้ทั้ง 3 แคมป์ ปรับปรุงด้านสุขลักษณะภายในแคมป์ที่พักคนงาน การแยกสัดส่วนของพื้นที่ในการกักตัวของแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในที่พักอาศัย อีกทั้งได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการระบาดในวงกว้างให้กับผู้ที่กักตัวภายในแคมป์ พร้อมได้กำชับให้สำนักงานเขตวัฒนาเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบแนวโน้มการติดเชื้อ และสามารถควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ นางวัลยากล่าวว่า กทม.ร่วมกับ สปคม.สุ่มตรวจเชิงรุกคนงานก่อสร้างทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวทุกแคมป์ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป้าหมายแคมป์ที่มีคนงาน 100 คนขึ้นไป จะสุ่มตรวจ 75 คน แคมป์ที่มีคนงาน 50-99 คน สุ่มตรวจ 50 คน ส่วนแคมป์ ที่มีคนงานน้อยกว่า 50 คน จะตรวจทุกคน หากพบผู้ติดเชื้อ 2 คนขึ้นไป แคมป์ดังกล่าวจะต้องดำเนินมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล ซึ่งจะมีความเข้มข้นและมีมาตรการที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนและเข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนแคมป์ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อเกินกว่าที่กำหนดให้คงดำเนินมาตรการบับเบิล  โปรโตคอล ซึ่งจะเป็นแยกผู้ติดเชื้อหรือผู้สัมผัสเสี่ยงออกจากชุมชน อันเป็นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตั้ง ‘โค้ชจุ่น’ รักษาการกุนซือ ‘ช้างศึก’ ระหว่างรอ ‘นิชิโนะ’ กลับเมืองไทย
บทความถัดไปผบ.ตร.เตือนผู้ชุมนุมโควิดระบาด ระวัง!อย่าฝ่าฝืนกฎหมาย ตำรวจบังคับใช้ทุกราย