สกู๊ปหน้า 1 แก่งกระจาน-เขาใหญ่ ลุ้นมรดกโลก ขึ้น-ถอดทะเบียน?

แก่งกระจาน-เขาใหญ่ ลุ้นมรดกโลก ขึ้น-ถอดทะเบียน?

การประชุมสมัชชารัฐภาคีแห่งอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 22ระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2562 ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรไทยได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการมรดกโลก วาระปี พ.ศ.2562-2566 ซึ่งตามกฎการดำเนินงานของคณะกรรมการมรดกโลก กำหนดให้คณะกรรมการมรดกโลกประชุมสมัยสามัญร่วมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 (covid-19) ที่ขยายเป็นวงกว้างจนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการมรดกโลกจึงได้เลื่อนการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ในปี 2563 มาประชุมในปี 2564 โดยกำหนดให้จัดการประชุมในรูปแบบการประชุมทางไกลแบบเต็มรูปแบบ ในระหว่างวันที่ 16-31 กรกฎาคมนี้

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมในวันที่ 16 กรกฎาคม ในการนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงปารีส และนางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นรองหัวหน้าคณะ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติพร้อมด้วยผู้แทน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของราชอาณาจักรไทยในฐานะสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก ในการร่วมพิจารณาและให้ความเห็นต่อวาระการพิจารณาต่างๆ เช่น การขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก การขึ้นหรือถอดแหล่งมรดกโลกในภาวะอันตราย และการถอดแหล่งมรดกโลกออกจากบัญชีรายชื่อ และการพิจารณาแนวทางในการดำเนินงานตามพันธกรณีอนุสัญญาในด้านต่างๆ

วาระการพิจารณาที่สำคัญของไทย คือ การนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ซึ่งไทยมีความพยายามในการผลักดันการขึ้นทะเบียนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นกลไกหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของไทยให้คงอยู่ อีกวาระที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การพิจารณาภาวะอันตรายของพื้นที่ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ด้วยก่อนหน้านี้ผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติดังกล่าวของประเทศไทย อยู่ในความกังวลของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการสร้างอ่างเก็บน้ำถาวร การบุกรุกพื้นที่ทำลายป่า จนได้รับคำเตือนให้ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่อยู่ในภาวะอันตรายและจะมีการหยิบยกเอาประเด็นเดียวกันนี้มาพิจารณากันอีกครั้งในการประชุมรอบนี้

และก่อนหน้าที่จะมีการพิจารณาป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ คณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณาถอดถอน ท่าเรือ ลิเวอร์พูล แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม (Liverpool Maritime Mercantile City ของสหราชอาณาจักร) จากแหล่งมรดกโลกมาแล้ว มีกรรมการจาก 13 ประเทศเห็นชอบ ขณะที่อีก 5 ประเทศไม่เห็นด้วยที่จะถอด และมีบัตรเสีย 2 ประเทศ รวมถึงไม่มาลงความเห็น 1 ประเทศ โดยการลงคะแนนเสียงให้ทำในรูปแบบลงคะแนนลับ

เมื่อการพิจารณาผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่มาถึง ในที่ประชุมไม่ได้มีการเปิดอภิปรายกันเหมือนการพิจารณาท่าเรือ ลิเวอร์พูล แต่ทางสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) มีข้อมติให้กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ แหล่งมรดกทางธรรมชาติของไทย จะต้องดำเนินงานในประเด็นต่างๆ เพื่อให้แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

โดยมีประเด็นที่ไทยต้องดำเนินการคือ 1.ให้กำหนดนิยามในการบ่งชี้แผนปฏิบัติการ เพื่อให้มั่นใจว่ามีวิธีการตรวจสอบที่เพียงพอในการวัดประสิทธิผลในการดำเนินการตามคำแนะนำขอคณะผู้ติดตามตรวจสอบ (ReactiveMonitoring mission) เมื่อปี 2559

2.ให้ดำเนินการติดตามผลอย่างใกล้ชิดว่าการออกกฎหมายใหม่ส่งผลต่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของแหล่งอย่างไร และให้แน่ใจว่ามีการใช้มาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันการบุกรุกพื้นที่แหล่งอย่างผิดกฎหมาย

3.ให้ดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่ามีมาตรการบรรเทาผลกระทบและการติดตามผลกระทบจากการดำเนินการภายหลังการก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมงและทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 เพื่อลดผลกระทบต่อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล

4.ยินดีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุติการขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 ให้ประเทศไทยหาทางเลือกอื่นเพื่อทบทวนความจำเป็นและเหมาะสมในการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่แหล่ง และการยกเลิกโครงการก่อสร้างเขื่อนลำพระยาธารเพื่อลดผลกระทบทางลบต่อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่ง และได้รับรายงานว่ามีการพัฒนาโครงการเขื่อนหลายโครงการในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง ในการนี้ ไอยูซีเอ็นได้ย้ำให้ยกเลิกแผนการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำภายในพื้นที่แหล่งอย่างถาวรในพื้นที่ด้วย รวมไปถึงให้ดำเนินการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ (SEA) สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมถึงแหล่งมรดกโลก เพื่อรายงานแผนการจัดการและแผนการพัฒนาในอนาคตของพื้นที่ลุ่มน้ำ และสำหรับข้อเสนอโครงการก่อสร้างเขื่อนโดยรอบพื้นที่แหล่งมรดกโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อคณะค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่ง ให้ระงับการดำเนินการจนกว่าการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์จะแล้วเสร็จ และได้รับการตรวจสอบโดยไอยูซีเอ็นและให้จัดส่งรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ในปี 2565

ความระทึกของประเทศไทยสำหรับการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งนี้จะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จากการพิจารณาให้ป่าแก่งกระจานขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในขณะที่ประเทศไทย โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศเทหมดตักเพื่อผลักดันให้แก่งกระจานได้รับการยอมรับจากทุกประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียน

ในขณะที่ยังมีหลายฝ่าย โดยเฉพาะไอยูซีเอ็น แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย เพราะประเทศไทยยังจัดการปัญหาสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ป่าบางกลอยไม่เรียบร้อย และมีการโต้ตอบจากฝั่งรัฐบาลไทยไปว่าคุณสมบัติของมรดกโลกทางธรรมชาติกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน อีกทั้งไอยูซีเอ็นเป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาในคณะกรรมการมรดกโลกเท่านั้น ไม่ใช่หนึ่งเสียงที่จะตัดสินว่าแก่งกระจานควรได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จึงต้องลุ้นระทึกว่า 26 ก.ค.นี้ อาจเป็นการชี้ชะตาแก่งกระจานและเขาใหญ่ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2564
บทความถัดไปโควิดพุ่งไม่หยุด! ชลบุรีติดเชื้อทุบนิวไฮ ป่วยใหม่ 795 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย