อว.เผย ณ วันที่ 15 ก.ย. ไทยฉีดวัคซีนแล้ว 41,647,101 โดส ทั่วโลกฉีดแล้ว 5,791 ล้านโดส

อว.เผย ณ วันที่ 15 ก.ย. ไทยฉีดวัคซีนแล้ว 41,647,101 โดส ทั่วโลกฉีดแล้ว 5,791 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 313.007 ล้านโดส โดยจังหวัดของไทยที่ฉีดมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ โดยฉีดวัคซีนเข็มแรกกว่า 95.7%”

เมื่อวันที่  15 กันยายน 2564 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 5,791 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 34.9 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 381 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 179 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว”


ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 313.007 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (77.4% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 118.1 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 15 กันยายน 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 41,647,101 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 57.75%
🌏 ในการฉีดวัคซีน จำนวน 5,791 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 15 กันยายน 2564
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 41,647,101 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 27,769,095 โดส (42% ของประชากร)
-เข็มสอง 13,260,456 โดส (20% ของประชากร)
-เข็มสาม 617,550 โดส (0.9% ของประชากร)

2. อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.- 15 ก.ย. 64 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 41,647,101 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 694,076 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 597,974 โดส/วัน

3. อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinovac
– เข็มที่ 1 13,451,723 โดส
– เข็มที่ 2 3,497107 โดส
– เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน AstraZeneca
– เข็มที่ 1 10,149,635 โดส
– เข็มที่ 2 7,669,400 โดส
– เข็มที่ 3 217,596 โดส

วัคซีน Sinopharm
– เข็มที่ 1 3,763,470 โดส
– เข็มที่ 2 1,814,408 โดส
– เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน Pfizer
– เข็มที่ 1 404,267 โดส
– เข็มที่ 2 279,541 โดส
– เข็มที่ 3 399,954 โดส

4. การฉีดวัคซีนโควิด-19 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย
– บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข เข็มที่1 124.1% เข็มที่2 115% เข็มที่3 86.7%
– เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เข็มที่1 58.9% เข็มที่2 43.4% เข็มที่3 0%
– อสม เข็มที่1 69% เข็มที่2 46.1% เข็มที่3 0%
– ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เข็มที่1 51.2% เข็มที่1 21.7% เข็มที่3 0%
– ประชาชนทั่วไป เข็มที่1 56% เข็มที่2 25.6% เข็มที่3 0%
– ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 52.6% เข็มที่2 22.3% เข็มที่3 0%
– หญิงตั้งครรภ์ เข็มที่1 11.5% เข็มที่2 4.4% เข็มที่3 0%
รวม เข็มที่1 55.5% เข็มที่2 26.5% เข็มที่3 1.2%

5. จังหวัดที่ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 แบ่งเป็น 2 ชุดข้อมูล
กรุงเทพฯ และปริมณฑล เข็มที่1 74.6% เข็มที่2 30.6% เข็มที่3 1.3% ประกอบด้วย
– กรุงเทพฯ เข็มที่1 95.7% เข็มที่2 37.9% เข็มที่3 1.9%
– สมุทรสาคร เข็มที่1 58.6% เข็มที่2 22.6% เข็มที่3 0.6%
– นนทบุรี เข็มที่1 57.9% เข็มที่2 23.8% เข็มที่3 0.7%
– สมุทรปราการ เข็มที่1 53.4% เข็มที่2 27.6% เข็มที่3 0.6%
– ปทุมธานี เข็มที่1 48.1% เข็มที่2 24.1% เข็มที่3 0.8%
– นครปฐม เข็มที่1 36.9% เข็มที่2 14.8% เข็มที่3 0.7%

จังหวัดอื่น ๆ 71 จังหวัด เข็มที่1 29.2% เข็มที่2 15.1% เข็มที่3 0.7%
– ฉะเชิงเทรา เข็มที่1 60% เข็มที่2 23.6% เข็มที่3 0.6%
– ชลบุรี เข็มที่1 55.1% เข็มที่2 24% เข็มที่3 1%
– พระนครศรีอยุธยา เข็มที่1 47.6% เข็มที่2 17% เข็มที่3 0.5%
– เพชรบุรี เข็มที่1 42.7% เข็มที่2 20.7% เข็มที่3 0.8%
– ยะลา เข็มที่1 41.7% เข็มที่2 17.7% เข็มที่3 0.7%
– สงขลา เข็มที่1 35.9% เข็มที่2 19.6% เข็มที่3 1.2%

6. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 313,007,596 โดส ได้แก่
1. อินโดนีเซีย จำนวน 118,103,364 โดส (27.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm
2. ไทย จำนวน 41,647,101 โดส (42%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
3. ฟิลิปปินส์ จำนวน 39,530,073 โดส (20%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca
4. มาเลเซีย จำนวน 39,234,306 โดส (66.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
5. เวียดนาม จำนวน 30,348,920 โดส (25.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm
6. กัมพูชา จำนวน 22,042,929 โดส (67.9%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac
7. สิงคโปร์ จำนวน 8,987,521 โดส (77.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
8. พม่า จำนวน 8,184,418 โดส (9%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
9. ลาว จำนวน 4,543,362 โดส (36.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca
10. บรูไน จำนวน 385,602 โดส (53.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร/2 เหมือนกันทุกประเทศ

7. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1. เอเชียและตะวันออกกลาง 68.32%
2. ยุโรป 11.98%
3. อเมริกาเหนือ 10.12%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 6.91%
5. แอฟริกา 2.17%
6. โอเชียเนีย 0.5%

8. ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1. จีน จำนวน 2,152.52 ล้านโดส (76.9% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
2. อินเดีย จำนวน 758.8 ล้านโดส (27.7%)
3. สหรัฐอเมริกา จำนวน 381.45 ล้านโดส (59.6%)
4. บราซิล จำนวน 212.8 ล้านโดส (51.6%)
5. ญี่ปุ่น จำนวน 145.79 ล้านโดส (57.8%)

9. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1. มัลดีฟส์ (94.5% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (88.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3. บาห์เรน (85.1%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
4. อุรุกวัย (84.6%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
5. กาตาร์ (82.6%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
6. อิสราเอล (80.5%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
7. ชิลี (79%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
8. สิงคโปร์ (77.4%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)
9. จีน (76.9%) (ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sinovac และ CanSino)
10. เดนมาร์ก (75.3%) (ฉีดวัคซีนของ Moderna, Pfizer/BioNTech และ J&J)

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ระดมทีมค้นหา ชายวัย 56 เข้าป่าหาเห็ดกลางคืน หายตัวนาน 3 วันแล้ว
บทความถัดไปพณ.จัดสัมมนาออนไลน์ เอฟทีเอ”ไทย-EFTA กับโมเดลเศรษฐกิจใหม่”หลังโควิด