นพ.วิชัยแจงปมเสนอ ‘ตัดเบี้ยผู้สูงอายุ’ ให้แค่คนจน ใช้เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ ยันมีผลเฉพาะหน้าใหม่

ตัดเบี้ยผู้สูงอายุ

นพ.วิชัยแจงปมเสนอ ‘ตัดเบี้ยผู้สูงอายุ’ ให้แค่คนจน ใช้เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ ยันมีผลเฉพาะหน้าใหม่

สืบเนื่องจากการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (ใหม่) ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งมี นพ.วิชัย โชควิวัฒน รองประธานอนุกรรมการคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ได้พิจารณากำหนดการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย หรือเปลี่ยนจากการให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า เป็นให้เฉพาะผู้สูงอายุยากจน จนทำให้ภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนเรื่องรัฐสวัสดิการไม่พอใจ และเตรียมออกมาเคลื่อนไหวนั้น

จากข่าว จวกเละ! เสนอตัดเบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า ให้แค่คนจน อ้างประหยัดงบ ชี้รัฐถอยหลังลงคลอง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน นพ.วิชัย โชควิวัฒน รองประธานคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กล่าวชี้แจงว่า สืบเนื่องจากที่ประชุม กผส.เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ได้ตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายผู้สูงอายุ ซึ่ง นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธาน ตนเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง เพื่อให้คณะอนุกรรมการหาแนวทางการดำเนินนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จึงได้จัดประชุมเมื่อวันที่  14 กันยายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากปลัด พม.ติดภารกิจตนจึงทำหน้าที่เป็นประธานแทน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ และเปิดอิสระในการระดมความคิดเห็นแนวทางการจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่เหมาะสม มีการนำเสนอที่หลากหลาย อาทิ พิจารณาจากเส้นความยากจน พิจารณาจากรายได้ขั้นต่ำ พิจารณาจัดสรรแบบถ้วนหน้าคนละ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น โดยทุกข้อเสนอได้นำมาประกอบการพิจารณา ยึดประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดกับผู้สูงอายุ อยู่บนหลักการข้อมูลวิชาการ และหลักการของรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุฯ

นพ.วิชัยกล่าวอีกว่า โดยที่ประชุมเห็นพร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายการให้จัดสรรโดยพิจารณาจากเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ มีหลักการให้ผู้ที่ได้รับการจัดสรรต้องแสดงตัวตนและแสดงรายได้ และต้องประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับจัดสรรให้สาธารณชนรับรู้ พร้อมทั้งกำหนดให้มีบทเฉพาะกาลว่า การดำเนินการจะต้องไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาก่อนหน้านี้ได้รับความเดือดร้อน คือไม่ให้ตัดสิทธิผู้ที่ได้รับมาอยู่ก่อนหน้า

ส่วนอัตราการจัดสรรจะต้องให้เพียงพอต่อการยังชีพจริง ซึ่งจำนวน 600-700 บาทต่อเดือน คงไม่เพียงพอ แต่จะเป็นสัดส่วนเท่าไหร่เป็นหน้าที่รัฐบาลจะไปพิจารณา และอนาคตควรจัดสรรให้เป็นสวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับผู้สูงอายุ

นพ.วิชัยกล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอเชิงนโยบายที่คณะอนุกรรมการพิจารณาภายใต้กรอบเวลา 1 เดือนเท่านั้น ส่วนจะดำเนินการตามข้อเสนอหรือไม่ รวมถึงเงื่อนเวลาดำเนินการและอัตราที่จัดสรรขึ้นอยู่กับ กผส.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสิน ซึ่ง กผส.จะมีการประชุมวันที่ 23 กันยายนนี้ กรณีที่ภาคส่วนต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เกิดความเห็นหลากหลายประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลในการได้ข้อสรุปที่เกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

นพ.วิชัย โชควิวัฒน รองประธานคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ปัจจุบันเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายแบบขั้นบันได โดยให้ถ้วนหน้า ดังนี้ อายุ 60-69 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท, อายุ 70-79 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 700 บาท, อายุ 80-89 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 1,000 บาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ม็อบออสซี่ต้านล็อกดาวน์ ปะทะเดือด ตร.เจ็บ ผู้ประท้วงโดนรวบนับร้อย
บทความถัดไป‘ราดูคานู’ ให้พ่อแม่จัดการเงินรางวัล ‘ยูเอส โอเพ่น’ เฉียด 60 ล้าน