ผู้ว่าฯกทม.ย้ำ! เด็กทุกคนต้องได้ไฟเซอร์เท่าเทียม เร่งฉีดก่อนชง ศบค.เปิดเรียน พ.ย.นี้

ผู้ว่าฯกทม.ย้ำ! เด็กทุกคนต้องได้ไฟเซอร์เท่าเทียม เร่งฉีดก่อนชง ศบค.เปิดเรียน พ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะไปตรวจเยี่ยมการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แก่เด็กที่อยู่ในกลุ่มโรคเรื้อรัง หรือกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดกว่า 1,600 ราย และมีอายุระหว่าง 12-18 ปี ที่ลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ โดยแบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 900 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 700 ราย ซึ่งเริ่มฉีดมาตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่เด็กที่เข้ารับบริการวัคซีนเป็นกลุ่มที่มีภาวะโรคอ้วน โรคหัวใจ และดาวน์ซินโดม และในวันเดียวกันนี้ได้มีการจัดตั้งบูธให้บริการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 สำหรับประชาชนทั่วไปที่เคยลงทะเบียนไว้ประมาณ 200-300 รายด้วย ซึ่งส่วนมากในวันนี้เป็นผู้สูงอายุ

พล.ต.อ.อัศวินเปิดเผยว่า เด็กที่ไปรับบริการวัคซีนในวันนี้เป็นเด็กที่มีความเสี่ยงทั้งหมด ซึ่งเด็กทั้งหมดที่ลงทะเบียนมาไม่ได้เป็นเด็กที่เรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.ทั้งหมด แต่ยังรวมถึงเด็กที่เรียนโรงเรียนสังกัด สพฐ. โรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนอาชีวะต่างๆ ก็สามารถลงทะเบียนได้

“ซึ่งกลุ่มแรกที่จะพิจารณาคือ 7 กลุ่มโรคเสี่ยงก่อน ประมาณ 5,000 กว่าคน แต่ทาง กทม.สามารถจัดสรรวัคซีนมาได้แค่ 2,000 กว่าโดส ซึ่งได้ทำการฉีดไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 กันยายน ประมาณ 700 กว่าโดส และวันนี้อีกประมาณ 1,600 โดส คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันนี้” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีเด็กที่ลงทะเบียนคงเหลืออยู่อีกประมาณ 3,000 ราย ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะนำวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาฉีดให้เด็กนักเรียนอายุ 12-18 ปี โดยเว้นระยะการฉีดเข็มที่ 2 เพียงแค่ 3-4 สัปดาห์เท่านั้น

“ไม่เพียงแต่เด็กในกรุงเทพฯเท่านั้นที่จะได้วัคซีนไฟเซอร์ แต่เป็นเด็กทุกคนที่จะได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ โดยเป็นการฉีดแบบสูตรไฟเซอร์-ไฟเซอร์ ทั้งหมดอย่างเท่าเทียม และหากสามารถฉีดวัคซีนเด็กได้ทั้งหมดจะนำเรื่องเสนอ ศบค.และอาจจะเปิดเรียนได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว และว่า ก่อนที่จะเปิดเรียน กทม.ต้องการฉีดวัคซีนให้ได้ครบทั้งหมด แต่เบื้องต้นได้รับการจัดสรรวัคซีนมาน้อย จึงต้องนำมาฉีดให้กับเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก่อน หลังจากนั้นก็จะทยอยฉีดให้ครบ

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่ม 608 หรือผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคเรื้อรัง 7 โรค และคนท้อง กทม.สามารถฉีดไปได้แล้วกว่าร้อยละ 95 แต่ในส่วนของคนที่อายุ 18-59 ปี กทม.ฉีดวัคซีนไปได้ทั้งหมดเกือบร้อยละ 40 ซึ่งคาดหวังว่าหากมีวัคซีนมาพร้อมจะฉีดได้เกินร้อยละ 70 ภายในกลางเดือนตุลาคมนี้

“เป้าหมายจริงๆ ในส่วนของผู้ที่สมัครใจเข้ารับวัคซีน อยากฉีดให้ครบทุกคน ซึ่งได้ทำการประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้เร่งจัดสรรวัคซีนให้แล้ว” ผู้ว่าฯกทม.กล่าว

ด้านผู้ปกครองรายหนึ่งที่พาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในวันนี้กล่าวว่า ได้ทำการลงทะเบียนกับโรงพยาบาลเพื่อแจ้งความประสงค์เข้ารับวัคซีน ซึ่งวันนี้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 2 แล้ว ทั้งนี้ ลูกชายอายุ 14 ปี มีโรคประจำตัว คือภูมิแพ้และมีน้ำหนักเกิน ส่วนอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังรับวัคซีนพบว่ามีเพียงอาการปวดบริเวณที่ฉีดเท่านั้น จึงค่อนข้างมั่นใจในวัคซีนไฟเซอร์ ที่สำคัญฉีดวัคซีนดีกว่าไม่ได้ฉีดอยู่แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หมอธีระ ห่วง ‘เปิดประเทศ’ ทำไทย ‘ฉายหนังม้วนเก่า’ แต่หดหู่กว่า กระทบยาวทุกมิติ ‘สุขภาพ-เศรษฐกิจ-สังคม’
บทความถัดไป‘ผู้ว่าฯ อัศวิน’ ยันเงื่อนไขเดิม เปิด ‘กรุงเทพฯแซนด์บ็อกซ์’ ต้องฉีด 2 เข็มเกิน 70%