เคาะขยายรับ นทท. STV อีก 1 ปี ผอ.ศบค.เซ็นตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯข้อมูลสารสนเทศ รองรับเดินทางเข้าประเทศ

ศบค.เผย ขยายเปิดรับ นทท.STVอีก 1 ปี-ปรับโครงการแฟคตอรี่ แซนด์บ็อกซ์ ระยะที่ 2-แก้คำสั่งการทำงานปิโตรเลียม-จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติฯข้อมูลสารสนเทศ เพื่อรองรับการเดินทางเข้าประเทศ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เสนอขอขยายระยะเวลาเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ไปอีก 1 ปี เพื่อนำเม็ดเงินเข้ามาสู่ประเทศไทย ทั้งนี้ มีเรื่องการปรับรายละเอียดโครงการแฟคตอรี่ แซนด์บ็อกซ์ ในระยะที่ 2 ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานได้แจ้งในที่ประชุมทราบ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค.เห็นชอบและได้ชื่นชมการทำงาน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขผลกระทบการปฏิบัติตามคำสั่งของ ศบค.ที่ 12/2564 เป็นกรณีของคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้เดินทางเข้าออกราชอาณาจักรทางน้ำ เพื่อปฏิบัติภารกิจเกี่ยวข้องกับกิจการปิโตรเลียมที่ต้องไปอยู่กลางทะเล ต้องเปลี่ยนแรงงานคนงาน โดยรายละเอียดนั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ได้เสนอในที่ประชุมเพื่อให้มีข้อกำหนดย่อยในการปรับให้การทำงานสะดวกขึ้น ซึ่งได้เพิ่ม จ.สงขลาเข้ามา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทรวงพลังงาน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ผอ.ศบค.ได้เห็นชอบและลงนามจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อรองรับการเดินทางเข้าประเทศและโครงการแซนด์บ็อกซ์ทั่วประเทศ หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดูแลด้านนี้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำว่ากระบวนการขั้นตอนต่างๆ ที่คนจะเข้ามาในประเทศไทยให้มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก และใช้ระบบฐานข้อมูลที่มีความปลอดภัย ดูแลได้ทั้งสุขภาพและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน

“ผอ.ศบค.ได้กล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐ ทั้งภาคเอกชนและผู้ประกอบการจนถึงภาคประชาชน ขอบคุณอย่างสูงที่ทำให้ได้มีวันนี้ ถึงแม้ตัวเลขการติดเชื้อยังอยู่ในระดับที่เป็นหลักหมื่นอยู่ ซึ่งเราต้องมีการตื่นตัวในการป้องกันตัวเองตามหลักของการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) ไว้

“ขอให้ประชาชนช่วยกันร่วมมือกันต่อไป มาตรการต่างๆ ที่ออกมาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจของประชาชนและร่วมมือด้วยกัน เราจะก้าวหน้าไปสู่การประกอบอาชีพ และเรื่องต่างๆ เรานี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของไทย ทุกคนก็จะได้อยู่กันในวิถีชีวิตที่จะยังมีโควิด-19 อยู่อย่างนี้” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“หมอธีระ” ชี้วัคซีน mRNA ประสิทธิสูงกว่าชนิดอื่น แต่ต้องระวังกล้ามเนื้อหัวใจ-เยื่อบุหัวใจอักเสบ
บทความถัดไป‘มาดามแป้ง’ แต่งตั้งทายาท ‘นวลวรรณ ล่ำซำ’ นั่งแท่นรองประธาน ‘สิงห์เจ้าท่า’