สธ.เผยเตียงโควิดทั่วไทยว่าง 45% ห่วง 3 จว.ใต้ติดเชื้อพุ่ง

สธ.เผยเตียงโควิดทั่วไทยว่าง 45% ห่วง 3 จว.ใต้ติดเชื้อพุ่ง อนุทิน ไม่วางใจ สั่งสต๊อกยาเวชภัณฑ์ 3 เดือน

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เตียงรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า หลังจากโรงพยาบาล (รพ.) บุษราคัม ที่ สธ.จัดตั้งขึ้นมารองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กว่า 3,700 เตียง ปิดตัวลงเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา วันนี้ก็ได้ปิดศูนย์แรกรับและส่งต่อนิมิบุตรที่มี 200 กว่าเตียง โดยย้ายไปตั้งที่ รพ.สนามเลิดสิน เพื่อเตรียมพร้อมสถานการณ์แทน ในส่วนของ บุคลากรสาธารณสุขที่ช่วยดูแลผู้ป่วย ล่าสุดได้กลับไปดูแลผู้ป่วยในภูมิภาคแล้ว ซึ่ง ปลัด สธ.ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับทุกคนที่สนับสนุนช่วยเหลือมาโดยตลอด

นพ.ธงชัย กล่าวถึงสถานการณ์เตียงผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศ ว่า มีประมาณ 230,000 กว่าเตียง ขณะนี้ครองเตียง 130,000 กว่าเตียง หรือ ร้อยละ 55 แบ่งเป็น เตียงสีแดง 6,000 เตียง ใช้ไป ร้อยละ 60 สีเหลือง 90,000 เตียง ใช้ไป ร้อยละ 60 และสีเขียว 130,000 เตียง ใช้ไปร้อยละ 50

“เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีประมาณ 54,000 เตียง ใช้ไป 26,000 เตียง คิดเป็น ร้อยละ 50 ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ป่วยโควิด-19 เริ่มลดลง จากรายใหม่วันละ 2 หมื่นราย เหลือ 1 หมื่นราย ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยหนักก็ลดลงเช่นกัน จากเดิมผู้ป่วยปอดอักเสบวันละ 4-5 พันราย ขณะนี้เหลือราว 3 พันราย และน้อยลงทุกวัน ผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจจากพันกว่าราย เหลือประมาณ 700 ราย และลดลงเรื่อยๆ นอกจากนั้น ผู้ป่วยโควิด-19 กว่าร้อยละ 80 เป็นสีเขียว ไม่มีอาการ และไม่จำเป็นต้องใช้เตียงในโรงพยาบาล โดยเรามีมาตรการแยกกักที่บ้าน (HI) และศูนย์พักคอยในชุมชน (CI) ทำให้ผู้ป่วยเริ่มคุ้นชินกับการแยกกักที่บ้านแล้ว โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ก็เลือกจะใช้การแยกกักที่บ้านมากขึ้น จึงเป็นตัวที่ช่วยบอกเรื่องของเตียงว่า 1.จำนวนผู้ป่วยเริ่มลดลง 2.การเข้าถึงระบบการรักษาได้ดีขึ้น และ 3.เริ่มได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เปอร์เซ็นต์สูงมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยที่จะป่วยหนักก็ลดลง ดังนั้นการใช้เตียงของโรงพยาบาลก็ลดลง” นพ.ธงชัย กล่าว

รองปลัด สธ. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ครองเตียงในกรุงเทพฯ เหลือวันละพันกว่าราย จากเดิมวันละ 4-5 พันราย ส่วนปริมณฑลยังขึ้นๆ ลงๆ เช่น สมุทรปราการ ชลบุรี ฯลฯ แต่ที่เป็นห่วงคือ ภาคใต้ เขตสุขภาพที่ 11-12 โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดน ซึ่งมีแนวโน้มไม่ลดลง ยังทรงตัว แต่ที่อื่นๆ ค่อนข้างลดลง อัตราการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ทั่วประเทศจากเดิม 8-9 แสนเม็ด ขณะนี้ลดลงเหลือ 5 แสนเม็ดต่อวัน

“อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. มีนโยบายว่าแม้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เรายังเตรียมพร้อมทุกอย่าง เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ เครื่องมือและยา เราเตรียมไว้ที่ส่วนกลาง แต่ละจังหวัด และภูมิภาค ต้องสำรองไว้อย่างน้อย 3 เดือน ตอนนี้เราเลยไม่มีคำว่าขาดยาและเวชภัณฑ์ เราไม่นิ่งนอนใจ เตรียมพร้อมตลอดเวลา ต้องขอเน้นย้ำว่า เราต้องไม่ประมาท ขณะนี้เราอยู่ในโหมด Living with COVID-19 จะให้โควิด-19 เป็นศูนย์ เป็นไปไม่ได้ เราจะต้องใช้ 1.มาตรการป้องกันตัวเองครอบจักรวาล (Universal Prevention) อย่างเข้มงวด ต้องระวังว่าเราและผู้อื่นรอบตัวอาจจะติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรืออาจมีอาการก็ได้” นพ.ธงชัย กล่าว

นพ.ธงชัย กล่าวว่า 2.ขณะนี้ สธ.มีประกาศให้ขายชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) นอกร้านขายยา หรืออนุญาตขายออนไลน์ได้ ดังนั้น สินค้าจะราคาถูกลง แต่ขอให้ซื้อสินค้าที่ได้การรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น ก็ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อโดยเร็วที่สุด เพื่อการคัดกรองและควบคุมโรคได้โดยเร็ว นอกจากนั้น 3.ขอให้สถานประกอบการที่ได้รับการผ่อนคลาย เข้มงวดมาตรการ COVID Free Setting พนักงานในร้านต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน หรือหากยังรับไม่ครบ ก็ต้องตรวจ ATK ทุกๆ 7 วัน เพื่อความปลอดภัยในการให้บริการ และ 4.หลังจากนั้นจะเริ่มเปิดเทอมแล้ว นักเรียนก็ได้ไปโรงเรียน แม้เด็กจะได้รับวัคซีน แต่ก็สามารถติดเชื้อ หรือนำเชื้อกลับบ้านได้ ดังนั้น ก็ขอให้ผู้ใหญ่ หรือกลุ่มเสี่ยง 608 ทั้งผู้อายุ 60 ปี ผู้ป่วยเรื้อรังและหญงิตั้งครรภ์ในบ้าน เร่งเข้ารับวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อหรืออาการรุนแรง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คลายล็อกดันดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีกกันยายนดีขึ้น 2 เท่า แต่กังวลวัคซีน-ภาระสธ.
บทความถัดไปพร้อมแล้ว 3 ค่ายมือถือ เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า  ไอโฟน 13  วันนี้ 1 ต.ค. ก่อนเปิดขายเป็นทางการ 8 ต.ค.