สธ.เผยไทยฉีดกว่า 55 ล้านโดส เกินเป้า เร่ง 3 เดือนครบ 120 ล้าน ยันแค่ 2 ราย ดับเพราะวัคซีน

สธ.เผยไทยฉีดกว่า 55 ล้านโดส เกินเป้า เร่ง 3 เดือนครบ 120 ล้าน ยันแค่ 2 ราย ดับเพราะวัคซีน

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงรายงานสถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าตามแผนการฉีดวัคซีนสิ้นเดือนกันยายน 2564 จะฉีดให้ได้อย่างน้อย 40 ล้านโดส ซึ่งรายงานการฉีดถึงวันที่ 3 ตุลาคม รวมทั้งสิ้น 55.158 ล้านโดส จะเห็นว่ามีการฉีดได้มากกว่าแผนค่อนข้างมาก ทั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของประชาชน โดยเฉพาะเข็มที่ 1 ฉีดแล้ว 32.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 46 ของจำนวนประชากร โดยใน 3 เดือนนี้จะพยายามฉีดให้ได้มากที่สุด โดยยึดตามหลักความสมัครใจ

นพ.โอภาสกล่าวว่า ส่วนผู้ที่รับเข็มที่ 2 มี 20.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 28.7 อย่างไรก็ตาม แผนการฉีดวัคซีนในปี 2564 เดิมกำหนดไว้ที่ 70 ล้านโดส ได้ปรับเป้าหมายใหม่ที่ 120 ล้านโดส คาดว่าจะเป็นเข็มที่ 1 ได้ 60 ล้านโดส เข็มที่ 2 อยู่ที่ 52 ล้านโดส และเข็มที่ 3 อีก 7 ล้านโดส รวม 119 ล้านโดส

“ส่วนแผนปี 2565 จะฉีด 86 ล้านโดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 สำหรับผู้ที่ตกค้างในปี 2564 จำนวน 6 ล้านโดส โดยเฉพาะเด็ก 3-11 ปี เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 ชนิดใด ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย อนุญาตให้ฉีดอายุต่ำกว่า 12 ปี แต่คาดว่าจะมีการรับรองในเร็วๆ นี้

“ขณะที่เข็มที่ 2 ก็ฉีดอีก 14 ล้านคน และเข็มที่ 3 เป็น บูสเตอร์โดส คาดประมาณไว้ที่ 66 ล้านคน จึงคาดว่าปี 2565 อาจต้องใช้วัคซีนอีก 86 ล้านโดส ซึ่งรัฐบาลได้ให้กรมควบคุมโรคดำเนินการจัดหาวัคซีนแล้ว ตามที่ได้ลงนามกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า จัดซื้อเพิ่มอีกจำนวน 60 ล้านโดส ส่วนที่เหลือก็จะทยอยทำสัญญาต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าเรามีวัคซีนเพียงพอในเข็มกระตุ้นด้วย” นพ.โอภาสกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตัวเลขผู้เสียชีวิตหลังรับวัคซีนโควิด-19 เพิ่มขึ้น นพ.โอภาสกล่าวว่า ต้องพิจารณาจากข้อมูล ข้อเท็จจริง ซึ่งการเสียชีวิตครั้งนี้จะขอให้มีการผ่าชันสูตรพิสูจน์ศพทุกราย แต่พบว่าที่น่าจะเกิดจากวัคซีนจริงๆ มีแค่ 2 รายเท่านั้น จากการฉีดกว่า 55 ล้านโดส ทั้งนี้ หลายรายพิสูจน์แล้วว่าไม่เกี่ยวกับวัคซีน เมื่อเทียบกับข้อมูลทั้งหมด ถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำมาก ทั้งนี้ หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่าวัคซีนผิดปกติในบางล็อต ก็หยุดบางล็อตไปก่อน หรือหากพบความปกติจากวัคซีน ก็อาจหยุดการฉีดได้ แต่ทั้งหมดต้องฟังคณะกรรมการฯ เพราะมีระบบตรวจสอบเข้มงวด

ขอย้ำว่าหลายรายที่บอกว่าเสียชีวิตจากวัคซีน แต่สุดท้ายพอพิสูจน์แล้วก็พบว่าไม่เกี่ยวกับวัคซีน ดังนั้น วัคซีนไม่มีอะไรผิดปกติ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ฉีดไปแสนกว่าคน ก็พบ 4 คน ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เช่น สหรัฐอเมริกา รายงานพบ 6 ราย ในแสนคน ก็ถือว่าปกติ ไม่ต้องหยุด และ 4 ราย ได้รับการดูแล หายเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อฉีดวัคซีนมากๆ ก็มีโอกาสเกิดได้ ในวงการวัคซีนเข้าใจกันดี ซึ่งก็ต้องเทียบประโยชน์กับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น” นพ.โอภาสกล่าว

เมื่อถามว่า กรณีการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา ในอนาคตจะมีการติดตามผลข้างเคียงอย่างไร นพ.โอภาสกล่าวว่า วัคซีนโมเดอร์นายังไม่ได้เริ่มเข้ามา แต่เมื่อเข้ามาจะมีระบบติดตามตรวจสอบ ยกตัวอย่าง ซิโนฟาร์ม แม้ สธ.ไม่ได้นำเข้ามา แต่ในระบบประเทศจะมีภาพรวมเข้ามา ขณะนี้วัคซีนซิโนฟาร์มฉีดไปแล้ว 8 ล้านกว่าโดส วัคซีนโมเดอร์นาก็ต้องติดตามเช่นกัน โดยเฉพาะการฉีดในสถานพยาบาลเอกชน ก็จะอยู่ในระบบสาธารณสุข จะมีกฎหมายในการติดตามตรวจสอบดูแลกำกับเช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ลิซ่า BLACKPINK ส่งรูปพร้อมลายเซ็นร่วมประมูล พร้อมของจากคนดังอีกเพียบ รายได้ช่วยผู้ป่วยโควิด
บทความถัดไปเจ้าสัวประยุทธ แจง หลังถูกปปช.ชี้มูลความผิด ฐานหนุน จนท.รัฐออกเอกสารสิทธิมิชอบ