สทนช. เตรียมจัดจราจรน้ำเข้าทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่ม พร้อมเตรียมแผนรับมือน้ำภาคใต้-ฤดูแล้ง

สทนช. เตรียมจัดจราจรน้ำเข้าทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่ม พร้อมเตรียมแผนรับมือน้ำภาคใต้-ฤดูแล้ง ชงเข้าที่ประชุม กอนช. 6 ต.ค.นี้

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กอนช. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ โดยได้กำชับให้ สทนช. วิเคราะห์และประเมินภาพรวมในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกให้เร็วที่สุด โดยพิจารณา พื้นที่เร่งระบายน้ำ พื้นที่รับน้ำ ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์และคาดการณ์สภาพอากาศปัจจุบัน รวมทั้งแนวโน้มของอิทธิพลพายุและสภาพอากาศในอนาคตด้วย ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในทางพื้นที่ภาคเหนือเริ่มลดลง จึงได้มีการลดการระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่าง เพื่อให้สถานการณ์และผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนคลี่คลายโดยเร็วที่สุด

นายสุรสีห์ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำป่าสัก ปริมาณน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,775-2,800 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) /วินาที และปริมาณน้ำหลากสูงสุดจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ไหลผ่านเขื่อนพระรามหกสูงสุดในอัตรา 762 ลบ.ม./วินาที และเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ปริมาณน้ำจะไหลหลากรวมกันผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ในเกณฑ์สูงสุด 3,050-3,150 ลบ.ม./วินาที โดยจะไหลออกสู่อ่าวไทย ในช่วงวันที่ 8-10 ตุลาคมนี้ ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง คาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 30-50 ซม. บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จ.ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ

นายสุรสีห์ กล่าวอีกว่า โดยระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบให้ระดับน้ำล้นคันป้องกันน้ำริมแม่น้ำของกรุงเทพมหานคร ยกเว้นบริเวณที่ไม่มีระบบคันป้องกันริมแม่น้ำรับน้ำ ซึ่ง กอนช. มอบหมายกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเข้าทุ่งให้เต็มศักยภาพ โดยเร่งระบายน้ำ สูบน้ำ บริเวณรอยต่อของแม่น้ำบางปะกงและอ่าวไทย โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้ประสานกองทัพเรือ สนับสนุนเรือผลักดันน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่อ่าวไทยโดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงและชุมชนริมแม่น้ำ ขณะเดียวกัน ยังได้ประเมินสถานการณ์ฝนบริเวณลุ่มน้ำป่าสักที่มีแนวโน้มลดลง โดยปริมาณน้ำไหลออกมากกว่าน้ำไหลเข้า โดยให้กรมชลประทานพิจารณาปรับลดการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จาก 1,133 ลบ.ม./วินาที ให้เหลือประมาณ 800 ลบ.ม./วินาที เพื่อให้สถานการณ์น้ำท่วมลดระดับลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นายสุรสีห์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการใช้ทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับการระบายน้ำนั้น ปัจจุบันลุ่มน้ำยม-น่าน ได้ผันน้ำเข้าทุ่งบางระกำ จำนวน 400 ล้าน ลบ.ม. เพื่อตัดยอดน้ำหลากลดผลกระทบความรุนแรงอุทกภัยปัจจุบันสถานการณ์น้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำ 10 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันรับน้ำแล้วรวม 978 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 67% โดยมีทุ่งที่ยังรับน้ำน้อยกว่า 50% จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ทุ่งเชียงราก หรือประมาณ 26% และทุ่งเจ้าเจ็ด หรือประมาณ 13% นอกจากจะเป็นการระบายน้ำแล้ว ยังเป็นการเตรียมแปลงสำหรับการเพาะปลูกพืชน้ำน้อยในช่วงแล้งได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ให้เร่งตรวจสอบความมั่นคงตลิ่งโดยรอบ หากกรณีแช่น้ำนานกว่า 10 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นผิวการสัญจรของประชาชน

นายสุรสีห์ กล่าวว่า สำหรับสถานกาณ์น้ำในลุ่มน้ำชี และลำน้ำมูล มวลน้ำจากลุ่มน้ำชีตอนบน จ.ชัยภูมิ ได้เคลื่อนตัวมาถึงเขื่อนชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชี ประกอบกับระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์สูงเกินเกณฑ์ระดับน้ำควบคุมสูงสุด จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำลงน้ำพองและแม่น้ำชี ตามลำดับโดยปริมาณน้ำดังกล่าวจะทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสูง 1.50-2 เมตร บริเวณ จ.ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และศรีสะเกษ ในช่วงวันที่ 4-15 ตุลาคมนี้ โดย กอนช.ได้ออกประกาศแจ้งเตือนไปเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อให้หน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่วนแม่น้ำมูลมวลน้ำจาก จ.นครราชสีมา ได้เคลื่อนตัวมาผ่าน จ.ศรีสะเกษ แล้ว และมวลน้ำสูงสุดกำลังเคลื่อนผ่าน จ.อุบลราชธานี สูงสุด 2,576 ลบ.ม./วินาที เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.46 เมตร หลังจากนั้นอีก 10-15 วัน มวลน้ำจากลำน้ำชีจะไหลลงสู่ลำน้ำมูล

“ในวันที่ 6 ตุลาคม กอนช.จะมีการประชุมคณะทำงานด้านอำนวยการ ครั้งที่ 2/2564 ร่วมกับหน่วยงานภายใต้ กอนช. เพื่อร่วมประเมินและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก และลุ่มน้ำชี-มูล ที่สำคัญยังจะร่วมกันวางแผนนำน้ำที่ไหลหลากในทุ่งรับน้ำต่างๆ รวมถึงมวลน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำในปัจจุบันมาบริหารจัดการสำหรับฤดูแล้งหน้า ทั้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำมูล-ชี ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการในเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้สามารถทำนาปรังหรือพืชใช้น้ำน้อย โดยจะหรือร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน และกรมส่งเสริมการเกษตรให้มีความชัดเจนร่วมกัน ก่อนเสนอเป็นมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/2565 โดยเร็วต่อไป ที่สำคัญจะมีการติดตามสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์พายุที่กำลังจะเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ด้วย” นายสุรสีห์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โลตัส จับมือ กระทรวงพาณิชย์ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชนช่วงโควิด-19ผ่านแคมเปญ รวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต
บทความถัดไปอย.ทวงรอบ 2 ‘ซิโนฟาร์ม-ซิโนแวค’ ส่งเอกสารเพิ่ม ชี้ ตปท.ยังทดลองฉีดวัคซีนโควิดเด็กเล็ก