“อนุทิน” มอบนโยบาย เปิดเมืองกระบี่ พ.ย. พร้อมส่งวัคซีนโควิด 5 แสนโดส (มีคลิป)

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ ศาลาว่าการจังหวัดกระบี่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(กก.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสธ. เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายเปิดเมืองปลอดภัย และส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับมอบ

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนและคณะผู้บริหารสธ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ เพื่อเกิดความมั่นใจและให้เห็นกับสายตาตัวเองว่า จ.กระบี่ มีความพร้อมรองรับการเปิดจังหวัด เพื่อเปิดประเทศตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดย จ.กระบี่ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอันดับที่ 2 รองจาก จ.ภูเก็ต ที่มีความสะดวกสบาย ธรรมชาติสวย ดังนั้น การเตรียมพร้อมต่างๆ เพื่อให้เกิดความสบายใจของผู้มาเยือน

นายอนุทิน กล่าวว่า การจัดสรรวัคซีนจะแบ่งตามจำนวนประชากร  สถานการณ์ระบาด และพื้นที่เศรษฐกิจ จากการรายงานของทางจังหวัดที่มีความต้องการวัคซีนเพิ่มเติมประมาณ 340,000 โดส เนื่องจากกระบี่เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว วันนี้ตนและผู้บริหารสธ. นำวัคซีนโควิด-19 มามอบให้ทางจังหวัด 400,000 โดส และจะขอให้กรมควบคุมโรค จัดสรรให้อีก 1 แสนโดส รวมเป็น 5 แสนโดส แต่ขอเน้นย้ำว่า ต้องแบ่งสำหรับผู้ได้รับเข็ม 1 ต้องเป็นซิโนแวค เพื่อรับเข็ม 2 เป็นแอสตร้าเซนเนก้า แล้วจะต้องฉีดให้หมดภายในเดือนต.ค. เพื่อรองรับการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวในเดือน พ.ย. และในจำนวนนี้จะต้องเตรียมเป็นเข็ม 3 ด้วย เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ตั้งแต่เดือน มิ.ย. เป็นต้นมา ทั้งนี้ วัคซีนสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) จะต้องฉีดให้ได้ 100%

โดยสิ่งสำคัญคือจะต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้เด็กนักเรียนอายุ 12-18 ปีให้ครบถ้วนภายในเดือน ต.ค อย่างไรก็ตาม แม้ภายในจังหวัดปลอดภัยแล้ว แต่ทางจังหวัดยังต้องมีการตรวจคัดกรองคนที่เข้ามาจากนอกจังหวัดด้วย เพื่อลดความเสี่ยงการระบาด โดยจะต้องเน้นย้ำเรื่องการป้องกันจังหวัด จากการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้าพื้นที่ เพราะจากประสบการณ์ของ จ.ภูเก็ต การระบาดไม่ได้เกิดขึ้นจากคนในพื้นที่แต่เกิดจากการลักลอบของคนข้างนอกเข้ามา ดังนั้นประชาชนทุกคนมีส่วนช่วยกันป้องกันปัญหาดังกล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ต้องขอชื่นชมทางจ.กระบี่ ที่มีมาตรการเข้มข้น ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาจะต้องมีการตรวจหาเชื้อด้วย RT-PCR ทั้งยังมีแผนรองรับสถานการณ์เตียงผู้ป่วยในกลุ่มสีแดง เหลืองและเหลือง กว่า 3,900 เตียง แม้ทุกคนจะได้รับวัคซีนแล้ว แต่เราจะไม่ประมาท เพื่อให้มั่นใจว่า หากมีการติดเชื้อ ผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ

“จ.กระบี่ ต้องเป็นแก้มลิงของ จ.ภูเก็ต รองรับการระบายนักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นักท่องที่มาพักในสถานกักกันโรค(Quarantine) ครบ 7 วัน ส่วนอีก 7 วันก็สามารถเดินทางในเส้นทางท่องเที่ยวอีก 3 เกาะ คือ เกาะพีพี เกาะไร่เล และเกาะไหง ในส่วนนี้ก็จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในท้องที่” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ จ.กระบี่ ตั้งเป้าฉีดให้ครอบคลุมประชากรทั้งจังหวัดอย่างน้อย 70% โดยขณะนี้ อ.เมือง ฉีดแล้ว 50% ขณะที่กลุ่มเสี่ยง 608 เป้าหมายการฉีดครอบคลุม 80% ขณะนี้ฉีดแล้ว 62.51% ส่วน อ.เมือง และ เกาะลันตา ที่ถูกกำหนดให้เป็น COVID-19 Free Area เป้าหมายที่ต้องฉีดได้อย่างน้อย 70% ขณะนี้ฉีดได้ 50% และ 49.94% ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน เกาะพีพี เกาะไหง และเกาะไร่เล ที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว สามารถฉีดได้ครบ 100% แล้ว โดยได้เริ่มเปิดเมืองคู่ขนานกับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์เมื่อเดือน มิย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าจะเร่งฉีดวัคซีนใน อ.อ่าวนาง และ อ.คลองม่วง ให้มากขึ้นเพื่อรองรับการเปิดเมืองในเดือน พย.นี้

ส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา 5 ประเทศสูงสุด ได้แก่ อิสราเอล เยอรมัน ฝรั่งเศส อเมริกา และออสเตรีย จำนวนห้องพักตั้งแต่เดือนส.ค.-ธ.ค. รวม 2,324 คืน รวม 416 คน โดยสถานประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.กระบี่ ที่ผ่านมาตรฐาน SHA Plus มี 403 แห่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้20 ประเทศ 8 องค์กร หนุน อบจ. เสนอ UN กำหนด 6 ตุลา ‘วันปกป้องเสรีภาพ น.ร.-น.ศ.สากล’
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่’ ต่างคนต่างบอกกัน เมื่อลงพื้นที่พบปชช.