เร่งฉีดวัคซีนตามมาตรฐานโลก เข็มแรกครอบคลุม 75% พ.ย.นี้ มั่นใจ 1 ม.ค.65 ใช้ชีวิตปกติใหม่

ปลัด สธ.ลั่นเร่งฉีดวัคซีนโควิดตามมาตรฐานโลก เข็มแรกครอบคลุม 75% ภายใน พ.ย. นี้ มั่นใจ 1 ม.ค.65 ไทยใช้ชีวิตปกติใหม่

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19  และมาตรการควบคุมป้องกันการระบาด COVID-19 Free setting ว่า สถานการณ์วัคซีนโควิด-19 เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.64) ฉีดได้ 730,807 โดส สะสม 57,387,052 โดส เป็นเข็ม 1 จำนวน 33,774,684 โดส คิดเป็น 46.9% เข็ม 2 จำนวน 22,005,722 โดส คิดเป็น 30.5% และเข็ม 3 อีก 1,606,646 โดส คิดเป็น 2.2% ทั้งนี้ แบ่งตามกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรสาธารณสุข 123.5% เจ้าหน้าที่ด่านหน้า 62.3% อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) 72.5% ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 62%  ประชาชนทั่วไป 44.3% ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 59.3%  หญิงตั้งครรภ์ 14% และนักเรียน 1.7% สำหรับเป้าหมาย ต.ค. เราจะมีวัคซีนเพียงพอ แล้วจะมีการฉีดให้เร็วที่สุด คาดว่าในเดือน ต.ค. จะได้เข็ม 1 จำนวน 43 ล้านคน คิดเป็น 61 เข็ม 2 ได้ 26 ล้านคน คิดเป็น 37%

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ส่วนเป้าหมายสิ้นเดือน พ.ย. เราจะฉีดเข็ม 1 ให้ได้ 53 ล้านคน คิดเป็น 75% ส่วนเข็ม 2 ได้ 39 ล้านคน คิดเป็น 55%  นั่นหมายความว่า เราสามารถทำได้ตามแผน มีวัคซีนอย่างเพียงพอ และได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการฉีดวัคซีน เราก็จะทำได้ตามมาตรฐานโลกในการฉีดวัคซีนของประเทศที่พัฒนาแล้ว และเมื่อสิ้นเดือน ธ.ค. เราจะได้เข็ม 1 ถึง 60 ล้านคน คิดเป็น 85% และเข็ม 2 อีก 49 ล้านคน คิดเป็น 70%

“หมายความว่าเมื่อถึงสิ้น ธ.ค. เกือบทุกคนในประเทศไทยจะได้รับวัคซีนเรียบร้อยอย่างน้อย 2 เข็ม และเข็ม 3 ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นต่อไป หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่าในวันที่ 1 ม.ค.65 สถานการณ์จะคลี่คลายได้มาก การดำเนินชีวิตต่างๆ ก็คงกลับมาอยู่ในรูปแบบปกติ แบบวิถีใหม่(New normal) ต่อไป” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าต้น ม.ค.2565 จะมีข่าวดีใช่หรือไม่ ปลัด สธ. กล่าวว่า ก็อยากให้มีข่าวดี ซึ่งตนเข้าใจว่า ทุกคนอยากพบปะเจอกัน อย่างเด็กๆไปโรงเรียนไปฉีดวัคซีน ดีใจกันมากได้เจอเพื่อน มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม อยากให้สิ่งเหล่านี้กลับคืนมาในภาวะวิถีใหม่ ซึ่งเจอกันได้ แต่อยากให้ป้องกัน โดยกลางๆ ปีหน้าน่าจะดีขึ้น โควิดน่าจะนอนนิ่งบ้าง

ปลัด สธ. กล่าวด้วยว่า เมื่อเทียบสถานการณ์ฉีดวัคซีนของไทยกับประเทศในอาเซียน จะเห็นได้ว่า ประเทศอินโดนีเซีย ฉีดมากที่สุดถึง 150 ล้านโดสแต่เนื่องจากประชากรมาก จึงครอบคลุมประชากรเพียง 34.7% ส่วนไทยครอบคลุมกว่า 50% แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เจ้าชายซาอุฯใกล้ฮุบ ‘นิวคาสเซิล’ 1.35 หมื่นล้าน
บทความถัดไป‘ชบาแก้ว’ เฮผลตรวจโควิดเป็นลบทั้งทีม เรียกเก็บตัว พ.ย. เตรียมลุยศึกเอเชีย