จ่อชง ศบค.เพิ่ม 2 สูตรไขว้วัคซีนโควิด ชะลอฉีด 2 เข็ม ดช.12-16 ปี

จ่อชง ศบค.เพิ่ม 2 สูตรไขว้วัคซีนโควิด ซิโนแวค+ไฟเซอร์ แอสตร้าฯ+ไฟเซอร์ ชะลอฉีด 2 เข็ม ดช.12-16 ปี

วันนี้ (8 ตุลาคม 2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 มีมติออกข้อแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในกรณีต่างๆ และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมอีโอซี กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พิจารณาก่อนนำเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 หรือ ศบค.ในสัปดาห์หน้า

สำหรับข้อแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีดังนี้

1.การฉีดวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิตเดียวกัน คงคำแนะนำการให้วัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ การให้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ระยะห่าง 8-12 สัปดาห์ และการให้วัคซีนซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์

2.การฉีดวัคซีนสูตรไขว้ คงคำแนะนำการให้วัคซีนสูตรซิโนแวค+แอสตร้าฯ (SA) ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ ในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้มีโรคประจำตัว 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันมีการให้บริการทั่วประเทศ

ส่วนการให้วัคซีนสูตรแอสตร้าฯ+ไฟเซอร์ ระยะห่าง 4-12 สัปดาห์ ซึ่งใช้ทดแทนสูตรแอสตร้าฯ 2 เข็ม ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นอื่น

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการ ได้มีคำแนะนำการใช้วัคซีนสูตรซิโนแวค+ไฟเซอร์ ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ ในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้มีโรคประจำตัว 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ขึ้นไป เพิ่มเติมอีก 1 สูตร

3.การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น คงคำแนะนำการให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค มาแล้ว 2 เข็ม ได้รับการกระตุ้นด้วยวัคซีนแอสตร้าฯ 1 เข็ม หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ขึ้นไป และเพิ่มคำแนะนำให้สามารถใช้วัคซีนไฟเซอร์ 1 เข็ม เป็นเข็มกระตุ้นในผู้ที่ได้รับวัคซีนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม เช่นกัน

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการ ได้ให้คำแนะนำการให้วัคซีนไฟเซอร์ เป็นเข็มกระตุ้น 1 เข็ม ในผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ มาแล้ว 2 เข็ม หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 มาแล้ว 6 เดือนขึ้นไป ในผู้ที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป หรือผู้มีโรคประจำตัว 7 โรค หรือหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ขึ้นไป หรือผู้ที่เคยได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ มาแล้ว 2 เข็ม

4.การให้วัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12-18 ปี ซึ่งคณะอนุกรรมการ ได้แนะนำดังนี้

กลุ่มเด็กและวัยรุ่นหญิงและชาย อายุ 12-18 ปีที่ มีสุขภาพดี และมีภาวะ 7 โรคเรื้อรัง ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ ยกเว้นเด็กชาย อายุ 12 ถึงต่ำกว่า 16 ปี ที่สุขภาพดี แนะนำให้รับวัคซีนไฟเซอร์ 1 เข็มก่อน ส่วนการให้วัคซีนเข็มที่ 2 ให้รอการพิจารณาข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการ อีกครั้งในวันที่ 20 ตุลาคม 2564 อีกทั้งขอให้งดการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมหนักหลังจากได้รับวัคซีนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และขอให้สังเกตอาการหลังฉีดวัคซีน 7 วัน หากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ กรณีนักเรียน/นักศึกษาที่มีอายุเกิน 18 ปี ให้สามารถรับวัคซีนไฟเซอร์ได้พร้อมเพื่อนร่วมชั้นเรียน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เมสซี่เจ’ กร้าวขอพา ‘ช้างศึก’ ทวงแชมป์อาเซียนใน ‘ซูซูกิ คัพ’
บทความถัดไป “พาร์ค ลักชัวรี่” ส่งคอนโดหรู “ไนท์บริดจ์”  3 ทำเล จับกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่