กทม.ยังพบโควิดระบาดคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง กำชับงดขายดริงก์ในร้าน เน้นมาตรการเคร่งครัด

กทม.ยังพบโควิดระบาดคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง กำชับงดขายดริงก์ในร้าน เน้นมาตรการเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 18/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Teleconference) ว่า ในที่ประชุมวันนี้ สำนักการแพทย์และสำนักอนามัยได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่าการระบาดของโรคมีแนวโน้มลดลงในระดับที่ควบคุมได้ โดยวันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 1,160 ราย เสียชีวิต จำนวน 5 ราย ในส่วนของผู้มีอาการหนักและผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ ยังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในแคมป์ก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและติดตามการดำเนินกิจกรรม/กิจการ ของสถานประกอบการในพื้นที่ โดยใช้แนวทางมาตรการและการกำกับ ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 43) ลงวันที่ 29 กันยายน 2564 เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) DMHTT และ COVID Free setting โดยเฉพาะสถานประกอบการและสถานบริการ ต้องไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วนของแคมป์คนงานให้มีการกำกับติดตามมาตรการในด้านต่างๆ ดูแลเรื่องการหมุนเวียนแรงงาน ในกลุ่มแรงงานใหม่ควรตรวจสอบข้อมูลการรับวัคซีน และกำหนดมาตรการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด รวมทั้งเฝ้าระวังเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงและสถานที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สถานประกอบการ ตลาด โรงเรียน กิจกรรมประเพณี เช่น งานศพ งานบุญ

“ภายหลังปรับมาตรการกิจการ/กิจกรรม รวมทั้งการขยายระยะเวลาในการออกนอกเคหสถาน พบว่า ประชาชนเริ่มผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล มีการรวมกลุ่มสังสรรค์มากขึ้น ถึงแม้ว่าการระบาดของโรคมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ยังประมาทไม่ได้

“กทม.ขอความร่วมมือประชาชนให้ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด หรือวิธีการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลจนเป็นปกติวิสัย โดยให้คิดเสมอว่าตนเอง หรือคนที่อยู่รอบตัวอาจมีเชื้อโควิด-19 แฝงอยู่ สิ่งสำคัญคือการสวมหน้ากากอนามัยทั้งในและนอกบ้าน ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง หากครอบครัวใดมีกลุ่มเสี่ยง ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก หรือสตรีมีครรภ์ จำเป็นต้องมีการป้องกันอย่างเคร่งครัด รวมทั้งต้องเฝ้าระวังและหมั่นสังเกตอาการตนเอง หากพบว่ามีอาการทางเดินหายใจ หรือสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง เช่น สัมผัสผู้ติดเชื้อ ควรเข้ารับการตรวจด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท (Antigen Test Kit : ATK) หรือไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นิวซีแลนด์บังคับครู-บุคลากรทางการแพทย์ฉีดวัคซีนโควิด-19
บทความถัดไปวางจำหน่ายแล้ว Xiaomi 11T Pro และ Xiaomi 11T สมาร์ทโฟนแฟล็กชิป ‘Cinemagic’