อนามัยโพลชี้ ปชช.ร้อยละ 92.4 ยังกังวลการเปิดประเทศ หวั่นเกิดโควิดระลอกใหม่ คลัสเตอร์ผับบาร์

อนามัยโพลสำรวจ 92.4% หวั่นเปิด ปท. ชี้ผับบาร์ทำโควิดแพร่

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงถึงมาตรการ “UP เปิดบ้าน เปิดเมือง เปิดประเทศ” ว่ากรมอนามัยได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความกังวล กับการเปิดเมือง เปิดประเทศ เริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564” ระหว่างวันที่ 14-25 ตุลาคม 2564 ในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวใน 17 จังหวัด พบว่า ยังมีความกังวล ร้อยละ 92.4 โดยเรื่องที่กังวลมากที่สุด ได้แก่ เกิดการระบาดระลอกใหม่ ร้อยละ 75.8 รองลงมา ประชาชนการ์ดตกและไม่ป้องกันตนเอง ร้อยละ 49.7 สถานประกอบการ สถานที่ท่องเที่ยวไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 45.10 กลัวตนเองและครอบครัวติดเชื้อ ร้อยละ 41 มาตรการการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศอาจไม่ดีพอ ร้อยละ 39.6 กังวลกว่าจะเกิดการล็อกดาวน์อีกครั้ง ร้อยละ 37.1 จำนวนเตียงไม่พอเพียง ร้อยละ 31.7 และอื่นๆ เช่น เศรษฐกิจ ประสิทธิภาพวัคซีน ร้อยละ 2.1

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า สำหรับสถานประกอบการ/กิจการใดที่กังวลว่าจะเป็นคลัสเตอร์ใหม่หลังจากเปิดเมือง เปิดประเทศ เริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 พบว่า สถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้อยละ 89.2 ขนส่งสาธารณะ ร้อยละ 43.1 สถานที่ท่องเที่ยว ร้อยละ 39.8 สถานศึกษา ร้อยละ 39.2 ตลาด ร้อยละ 37.4 ห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 34.1 ร้านอาหาร ร้อยละ 28.8 โรงแรม รีสอร์ท ร้อยละ 24 ร้านสะดวกซื้อ ร้อยละ 17.9 ศาสนสถาน ร้อยละ 16.4 ไม่กังวลว่าจะมีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้น ร้อยละ 5.5 และสถานประกอบการอื่นๆที่กังวล เช่น สถานที่ทำงาน โรงงาน ร้านนวด ฟิตเนส สนามกีฬา ร้อยละ 3.1

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ขณะที่มาตรการที่ประชาชนเห็นว่าควรที่จะเพิ่มเพื่อทำให้เชื่อมั่นว่าเปิดเมือง เปิดประเทศแล้วจะปลอดภัย 5 อันดับแรก ได้แก่ เร่งฉีดวัคซีนให้ทุกคนทั่วประเทศครบ 2 เข็ม ครอบคลุมทุกจังหวัดร้อยละ 70 ขึ้นไป ร้อยละ 72.53 คุมเข้มการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ร้อยละ 60.58 กำกับติดตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของสถานประกอบการและประชาชนอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 55.10 เร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวครบ 2 เข็ม ครอบคลุมร้อยละ 70 ขึ้นไป ร้อยละ 52.72 และสนับสนุนชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) ให้ทุกคนในพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อ ร้อยละ 49.41

นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า สำหรับกรอบการดำเนินการเพื่อการประเมิน ติดตาม และเฝ้าระวัง แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.สถานประกอบการทุกประเภทลงทะเบียน ประเมินตนเองบนระบบ Thai Stop COVID เป็น COVID Free Setting 2.ประชาชนประเมิน แนะนำ ติชม แจ้งข้อมูล ร้องเรียนสถานประกอบการ และ 3.จัดตั้งคณะกรรมการร่วมตรวจ กำกับ การดำเนินการในพื้นที่ COVID Free Area และ COVID Free Zone ควรประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน ประชาชน โดยเมื่อเปิดเมือง เปิดประเทศแล้ว คณะกรรมการบูรณาจากหลายภาคส่วนจะต้องตรวจประเมินทุก 2 สัปดาห์ กำกับมาตรการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จัดทำเช็กลิสต์และเป้าหมายสถานประกอบการจากฐาน Thai Stop COVID ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และตรวจสอบสถานประกอบการที่ประชาชนร้องเรียน ร้อยละ 100 และทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ตักเตือน กิจการที่ปฏิบัติตามามาตราการที่ถูกต้อง โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เป็นผู้พิจารณาจัดตั้ง ทั้งนี้ ขอความร่วมผู้ประกอบการในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 17 จังหวัด ให้ผู้มารับบริการร่วมตรวจสอยอย่างน้อย ร้อยละ 5 ของผู้รับบริการ หรืออย่างน้อย 5 คนต่อวันต่อร้าน

อธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่จะมีการเปิดบ้าน เปิดเมือง เปิดประเทศ ประชาชนทุกคนยังต้องเข้มงวดตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด หรือครอบจักรวาล (Universal Prevention : UP) โดยก่อนการเปิดประเทศมี 10 ข้อ แต่มีการปรับให้เหมาะสมกรณีนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทาง ดังนี้ คือ 1.เลือกไปสถานทื่ที่มีสัญลักษณ์ COVID Free Setting และ SHA+ 2.แสดงการได้รับวัคซีนหรือผลการตรวจว่าไม่ติดเชื้อก่อนเข้าสถานที่ และ 3.ปฏิบัติตามมาตรการ DMH เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตรในทุกสถานที่ หลีกเลี่ยงการเข้าไปยังสถานที่แออัด หรือระบายอากาศไม่ดี งดใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน สวมหน้ากากถูกต้องตลอดเวลา ทั้งขณะออกนอกที่พักและอยู่ในที่พัก ร่วมกับนักท่องเที่ยวอื่นๆ ล้างมือบ่อยๆทุกครั้ง ก่อน/หลังรับประทานอาหารเข้าห้องน้ำ ไอจาม หรือสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon