จุติ แจงมอบรางวัล ‘ผู้เสียสละเพื่อสังคม’ ต้องการเชิดชูคนดี ให้เพราะทำประโยชน์จริง

จุติ แจงมอบรางวัล ‘ผู้เสียสละเพื่อสังคม’ ต้องการเชิดชูคนดี รับรู้จัก ‘เจ๊ปอง’ แต่ให้เพราะทำประโยชน์จริง

จากกรณี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เตรียมมอบรางวัล “ผู้เสียสละเพื่อสังคม” ให้แก่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, อัญชะลี ไพรีรัก, ครูลิลลี่, บุ๋ม-ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะข้อสงสัยบางบุคคลมีผลงานอะไร และให้รางวัลกับคนรู้จักกันเองหรือไม่นั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม : พม.ประกาศมอบรางวัลให้ ‘หมอยง-เจ๊ปอง-ครูลิลลี่-บุ๋ม ปนัดดา’ เป็นผู้เสียสละเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวชี้แจงว่า การมอบรางวัลดังกล่าวมีที่มาจากสังคมไทยมีคนดีจำนวนมาก จึงเป็นการให้กำลังใจคนทำดีเพื่อสังคม ให้พื้นที่คนดีมีที่ยืน เป็นการมอบรางวัลที่ทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ช่วยส่งเสริมให้คนในสังคมทำดีมากขึ้น สังคมอย่ารังเกียจการทำดี แต่ควรช่วยกันส่งเสริมสนับสนุน ซึ่งพม.เป็นที่สร้างโอกาส สร้างที่ยืนให้กับคนที่ทำงานเพื่อสังคม สำหรับคำติชมตนพร้อมรับได้

ถามว่ามีการตั้งข้อสงสัยการพิจารณามอบรางวัลให้กับบางบุคคล เนื่องจากมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวหรือไม่นั้น นายจุติ กล่าวว่า ยืนยันการพิจารณาบุคคลที่ได้รับรางวัลไม่เกี่ยวกับการเมือง เป็นเรื่องการทำดีเพื่อสังคม แม้แต่พยาบาลผู้ชายที่ไม่มีใครเห็นตัวตน แต่ทำงานเพื่อช่วยผู้ป่วยทางจิตมานาน เราก็เลือกและให้เกียรติ รวมถึงครูที่ทำเกินภาระหน้าที่ทำเพื่อสังคม ควรจะขอบคุณ ประเทศไทยบอบช้ำจากการแบ่งแยกมานาน การรักกันสามัคคีกันไม่มีใครสู้ประเทศไทยได้ในโลกนี้ได้ อยากให้เป็นเช่นนั้น ตนเป็นรัฐมนตรีเป็นบุคคลสาธารณะ ติชมตนพร้อมรับฟังไม่เถียง เพียงแต่ขอชี้แจง

“ยืนยันไม่มีเรื่องการเมืองแน่นอน เป็นเรื่องของการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่ได้เป็นการแอบประกาศ แต่พิจารณาโดยคณะกรรมการ และมีการเปิดเผยโปร่งใส ให้เกียรติคนทำดีเพื่อสังคม ซึ่งผมยังไม่สามารถทำได้ หากมีอะไรผิดพลาดให้มาด่าผมขอรับไว้คนเดียว อย่าด่าคนอื่นที่เค้าทำดี” นายจุติกล่าวและว่า

“ผมไม่ปฏิเสธว่าผมรู้จักคุณอัญชะลี ไพรีรัก แต่คนอื่นผมไม่รู้จัก แต่ถามว่าคุณอัญชะลีทำประโยชน์ให้กับคนมากมายหรือไม่ ก็ทำ ผมคิดว่าโลกนี้ต้องเปิดกว้างให้ทุกคนมีส่วนร่วม อย่าปิดกั้น ใจกว้างดีกว่าใจแคบ ส่วนการพิจารณาจะมีประกาศทุกเดือนหรือไม่ อยู่ที่คณะกรรมการจะพิจารณา ผมยินดีมอบ ซึ่งผมทำเรื่องนี้ตั้งแต่ปีแรกๆ ที่มีกรณีแม่ส่งลูกที่โรงเรียนและแสดงความรักหอมแก้มลูก ซึ่งผมก็มอบรางวัลตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาทำ และทำมาเรื่อย แต่ทำไมมาเป็นปัญหาตอนนี้ หรือเพราะอีกปีจะเลือกตั้งจึงมีปัญหา จะเล่นการเมืองอะไรเล่นไปเถิด เหลือประเทศไทยให้ทุกคนได้มีความสุขบ้าง”

นายจุติ ยังกล่าวถึงกรณีการจัดทำมิวสิควีดีโอเพลง ที่ผู้บริหารกระทรวง พม. ตั้งแต่ปลัดพม. ไปจนถึงอธิบดีกรมในสังกัด พม.ร้องเพลงให้กำลังใจประชาชนกลุ่มเปราะบาง ถูกสังคมตั้งคำถามว่าไม่เหมาะสม และควรเอาเวลาไปแก้ปัญหาให้ประชาชน ว่า เป็นสิ่งที่ผมต้องการเปลี่ยนวิธีประชาสัมพันธ์ใหม่ และทำให้ผู้บริหาร พม.ก้าวออกจากความกลัวคือ การประชาสัมพันธ์และโปรโมทผลงาน ซึ่งวันนี้จำเป็นต้องทำ จึงทำให้มันแหวกแนว โดยให้เขาทำในสิ่งที่กลัวคือ การร้องเพลง เพื่อจะได้เปิดโลกให้กว้างขึ้น

นางพัชรี อาระยุกุล ปลัดพม.กับเพลงจำขึ้นใจ

ถามว่ามีคนมองในด้านลบว่าไม่เหมาะสมนั้น นายจุติกล่าวว่า ผมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง แต่ก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง อะไรที่ถูกต้องแล้วก็ทำไป อะไรที่ไม่พอใจก็ขอโทษด้วย แต่ผมเชื่อของผมยังไงก็เชื่อของผมอย่างนั้น ทั้งนี้ ที่ทำไม่ได้สร้างกระแส แต่ทำในเชิงมิติบริหารเปลี่ยนกรอบวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำงาน เปลี่ยนวิธีประชาสัมพันธ์ ผมคิดแค่นั้น

ถามอีกว่าหลังจากออกมิวสิคฯ ดังกล่าวจะมีการประเมินผู้บริหาร พม.หรือไม่ นายจุติกล่าวว่า จะประเมิน โดยบอกกับทุกคนแล้วตอนรับอธิบดีใหม่ว่าจะประเมินหลังจากผ่านไป 1 ไตรมาส ว่ามีผลสัมฤทธิ์ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเน้นออกมาขนาดไหน ทั้งการทำงานรวดเร็ว ทันอกทันใจ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปัญหาประชาชนเป็นที่ตั้ง รักษาธรรมาภิบาล

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon