ปลัด สธ.เผย 4 จว.ชายแดนใต้โควิดขาลง ระวังอีก 6 จว. ห่วงเชียงใหม่ไม่ลด
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างแถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้การรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก เริ่มมีหลายประเทศไม่ได้มีการประกาศยอดของผู้ติดเชื้อรายใหม่แล้ว เนื่องจากเขาไม่ได้ให้ความสำคัญของจำนวนผู้ติดเชื้อ แต่จะไปให้ความสำคัญกับคนที่ป่วยหนัก และการเสียชีวิตมากขึ้น เรียกได้ว่ากำลังจะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น แต่ประเทศไทยเองก็ยังรายงานทุกอย่าง เพื่อที่จะให้เห็นภาพ เพราะเรายังมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมการระบาด
“ประเทศเราเองก็มีแนวโน้มที่โควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น และเราจะให้ความสนใจในเรื่องของการติดเชื้อลดลง และไปให้ความสนใจในเรื่องของการเจ็บป่วย และเสียชีวิต แต่เราก็จะมีระบบการเฝ้าระวังการระบาดอยู่ดี” นพ.เกียรติภูมิกล่าว
ปลัด สธ.กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในวันนี้ พบผู้ป่วยใหม่ จำนวน 6,343 ราย และหายป่วย 7,663 ราย สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือปอดอักเสบ จำนวน 1,776 ราย และใช้ท่อช่วยหายใจ 417 ราย และเสียชีวิต 47 ราย ซึ่งมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ
“สถานการณ์หลังจากเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามา และที่มีการตรวจหาเชื้อซ้ำพบว่าเจอผู้ที่ติดเชื้อต่ำมาก เพียงร้อยละ 0.07 สิ่งเหล่านี้เป็นการติดเชื้อที่ต่ำมาก และเราสามารถจัดการได้ จะเห็นได้ว่าการที่ประเทศใช้ระบบนี้ สามารถควบคุมโรคได้ดี” นพ.เกียติภูมิกล่าว
นพ.เกียรติภูมิกล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า สถานการณ์การติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ส่วนหน้า เพื่อควบคุมโรค ซึ่งขณะนี้อยู่ในทิศทางขาลง
“ในชายแดนภาคใต้เราดูที่ 4 จังหวัดเป็นหลัก คือสงขลา นราธิวาส ปัตตานี และยะลา หลังจากเข้าไปควบคุมโรคเป็นเวลา 1 เดือน จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ได้เลยจุดสูงสุดไปแล้ว และทิศทางอยู่ในขาลง อันนี้ก็อยากจะให้ประชาชนได้สบายใจว่าถึงแม้จะมีการระบาดขนาดนี้ สถานการณ์ก็ดีขึ้นตามลำดับและก็อยู่ในช่วงขาลง” นพ.เกียรติภูมิกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีการระบาดเพิ่มขึ้นในจังหวัดอื่นๆ อีก ซึ่งมี 6 จังหวัด ที่จะต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ ตาก ขอนแก่น ตรัง และ พัทลุง แต่เมื่อได้ทำการควบคุมโรคไปเป็นระยะเวลา 1 เดือน ก็มีแนวโน้มลดลง เว้นแต่ จ.เชียงใหม่ ที่ยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอยู่ ก็ต้องรอ และเฝ้าระวังไปอีกสักระยะ

