สู่ปีที่15…ยุคชำระล้าง สร้างป่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ

ผ่านร้อน ผ่านหนาว ล้มลุกคลุกคลาน และฝ่าฟันความวุ่นวาย เป็นข่าวหน้า 1 ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง นับร้อยครั้ง สำหรับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จนวันนี้มีอายุครบ 14 ปี หากเป็นคนที่อยู่ในยุค 4.0 เวลานี้ คือวัยกำลังร้อนแรง ซึ่งวัยนี้นี่เอง ต้องเผชิญกับอันตรายรอบด้าน หากรอดพ้นอันตรายที่ต้องเผชิญมาได้ ก็จะเจอแต่ความงดงามของชีวิต

ภารกิจหลักของกรมอุทยานแห่งชาติฯ คือการดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ อันประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า รวมประมาณ 70 ล้านไร่

ปี 2557 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ต้องปฏิบัติภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายเป็นกรณีพิเศษจากรัฐบาล นั่นคือ การทวงคืนผืนป่าที่ถูกฉ้อฉลไปจากกลุ่มนายทุน และผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติกลับคืนมาให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

แม้ว่าชุดปฏิบัติการพิเศษ “พญาเสือ” ที่ได้รับมอบหมายเป็นกรณีพิเศษจาก นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ออกปฏิบัติภารกิจนี้ ร่วมกับหน่วยงานหลักๆ ในพื้นที่ จะไม่ออกสื่อมากนัก แต่ถือว่ามีผลงานไม่น่าเกลียดเลย

นายธัญญาเปิดเผยว่า ปี 2558 กรมอุทยานแห่งชาติฯ สามารถยึดคืนพื้นที่ป่าได้ 51,610 ไร่ ปี 2559 ยึดคืนได้ 35,837 ไร่ รวม 87,447 ไร่ เอา 150,000 บาท คูณเข้าไป จะได้เป็นตัวเลขมูลค่าโดยเฉลี่ยของพื้นที่ที่ยึดคืนมาได้ ถือว่ามีค่ามหาศาลเลยทีเดียว ทั้งนี้ เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ว่า จะต้องทวงคืนมาให้ได้คือ 2 แสนไร่

“ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เราจะไปเอาผืนป่าที่ถูกครอบครองโดยนายทุนที่ยึดถือครองเอาไปสร้างประโยชน์ส่วนตัวกลับคืนมา แม้หลายต่อหลายครั้งจะมีความพยายามที่จะทำกัน แต่มีอุปสรรคมากมาย แต่มาถึงยุคของรัฐบาล คสช.ที่แสดงความจริงจังที่จะเอาพื้นที่ป่ากลับมาเป็นสมบัติของชาติเหมือนเดิม เราก็ทำได้ และต้องทำให้ได้ตามเป้า หากทำไม่ได้ในยุคนี้ ต่อไปก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว” นายธัญญากล่าว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ บอกอีกว่า มั่นใจว่าเวลานี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำงานอย่างเดินมาถูกทางแล้ว แม้จะมีบางเรื่องถูกนินทาว่าร้ายและดิสเครดิตบ้าง แต่ในภาพรวม สิ่งที่กรมอุทยานแห่งชาติฯปฏิบัติมาแล้วก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ เชื่อว่าสิ่งหลังมีน้ำหนักมากกว่าอย่างแน่นอน

“เรื่องหนึ่งที่หลายคนไม่เชื่อว่าเราจะทำได้ในยุคนี้คือ รายได้อุทยานฯที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากเดิมที่เรามีรายได้จากการเก็บค่าเข้าอุทยานฯได้เพียงปีละ 600-700 ล้านบาท แต่จากการเข้าไปจัดการระบบอะไรต่ออะไรหลายๆ อย่างเวลานี้ ทำให้อุทยานฯสามารถเก็บรายได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี และนี่ถือเป็นรายได้ที่จะวกกลับไปสร้างประโยชน์ให้กับท้องถิ่น บุคลากรในท้องถิ่นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย” นายธัญญากล่าว

หากจะให้คะแนนการปฏิบัติงานที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ คิดว่าในคะแนนเต็ม 10 นั้น กรมอุทยานแห่งชาติฯจะได้คะแนนอยู่ในระดับไหน

นายธัญญากล่าวว่า แม้ในวันนี้หลายอย่างเริ่มจะเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่ก็ยังไม่น่าพอใจทั้ง 100% ยังมีจุดอ่อน ช่องว่างที่ต้องเข้าไปจัดการอีกมากมาย แต่มาถึงจุดนี้ ถือว่าหลายอย่างกระเตื้องขึ้นมามาก

“เวลานี้ เดินไปไหน มาไหน ผมว่าสามารถบอกคนอื่นได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่า ผมทำงานอยู่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ครับ” นายธัญญากล่าวและว่า ที่สุดแล้วก็ไม่คิดว่าทุกภาคส่วนภายในกรมอุทยานแห่งชาติฯจะโปร่งใส ราบรื่น หมดจด ยังมีบางส่วนที่ต้องค่อยๆ จัดการและแก้ไขกันไป กรมอุทยานแห่งชาติฯมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ยืนยันว่ามีคนดีตั้งใจทำงานมากกว่าคนไม่ดีแน่นอน และแม้ว่าหลายเรื่องจะดีขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าทุกเรื่องราวในกรมอุทยานแห่งชาติฯจะดีหมดจด แน่นอนทีเดียวว่าต้องอาศัยการตรวจสอบจากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน เพื่อกำจัดส่วนที่ชั่วร้ายให้หมดสิ้นไปจริงๆ เพื่อให้ทรัพยากรอยู่กับเราให้นานที่สุดและดีที่สุด

ทุกคนก็มีความหวัง เอาใจช่วย ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ก้าวไปสู่จุดนั้นโดยเร็ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วัดร่องขุ่นประเดิมวันแรกเก็บค่าชมกับชาวต่างชาติ ชาวจีนเบียดเสียดเที่ยวฉลองหยุดยาว
บทความถัดไปชาวสมุยร่วมพิธีส่งตายายวันสารทเดือนสิบ ห่วงคนหนุ่มสาวร่วมน้อย แต่ชาวจีนกลับสนใจ