ไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้วกว่า 90 ล้านโดส สธ.เร่งครบ 100 ล้านโดส ไม่เกิน 5 ธ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่โรงแรมท็อปแลนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.พิษณุโลก นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยระหว่างบรรยายพิเศษ “ผลการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตามเป้าหมาย” ในการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประเทศ และการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ภาคเหนือ ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ.เป็นประธาน ว่าจากตัวเลขที่เป็นทางการรายงานว่า วันนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปทั้งหมด 88.9 ล้านโดส และกำลังใส่ข้อมูลเพิ่มเติมอีกล้านกว่าคน รวมฉีดวัคซีนแล้วกว่า 90 ล้านโดส ตามที่นายกรัฐมนตรีต้องการเร่งให้ฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดส คาดว่าไม่เกินวันที่ 5 ธันวาคมนี้ โดยเชื่อว่าการเปิดประเทศอย่างปลอดภัยไม่ควรมีผู้เสียชีวิต หรือเจ็บป่วยรุนแรงจนเกินขีดความสามารถของ สธ.
นพ.โอภาสกล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนไม่ถึง 5 คน ที่เกิดจากวัคซีนจริงๆ แต่เป็น 5 ในร้อยล้านโดส ส่วนการเสียชีวิตอื่นๆ ไม่พบว่าเกี่ยวกับวัคซีน แต่เป็นสาเหตุที่เกิดร่วมกัน และย้ำอีกครั้งว่าอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนไม่เท่ากับผลข้างเคียง หรือแพ้วัคซีน
“ประชาชนที่ยังไม่ได้เข้ารับวัคซีน สธ.จะเร่งปูพรมลงไปค้นหา โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ไปเคาะประตูบ้าน รวมถึงคนที่ฉีดวัคซีนไปนานแล้วก็ต้องเข้าไปรับบูสเตอร์โดส ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่ประกาศฉีดบูสเตอร์โดส ขณะนี้น่าจะฉีดแล้ว 3-4 ล้านคน เพราะการระบาดเกิดจากภูมิที่ลดลงด้วยส่วนหนึ่ง
“รัฐบาลได้เตรียมวัคซีนไว้ 120 ล้านโดส เข็มที่ 3 มีพอแน่นอน และเผื่อไปเข็มที่ 4 นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนโมเดอร์นาอีก 1 ล้านโดส เข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 14.00 น.วันเดียวกัน และจะมีการจัดสรรวัคซีนต่อไป ขอยืนยันว่าเรามีวัคซีนอย่างเพียงพอ” นพ.โอภาสกล่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่อไปว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการควบคุมโรคโควิด-19 คือกลไกการบริหารจัดการ 1.กลไกเชิงนโยบาย 2.ความรู้เชิงวิชาการ 3.ภาคปฏิบัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สามารถออกนโยบายให้เหมาะสมกับบริบทในแต่ละพื้นที่ และอยากให้แต่ละจังหวัดมีแผนปฏิบัติการในการจัดการกับโรค โดยเฉพาะแผนเปิดประเทศ ทั้งด้านการป้องกันควบคุมโรค รวมถึงการผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานกิจการต่างๆ ดำเนินการต่อไปได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประเทศ และการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ภาคเหนือครั้งนี้ มี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.เข้าร่วมประชุม และมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online อาทิ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ผู้บริหาร สธ. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด และตัวแทนจากกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน เป็นต้น

