ผู้ว่าฯอัศวิน ยันโครงการปรับภูมิทัศน์เมืองโปร่งใส รับเปิด ปท. ชี้พรรคการเมืองติเพื่อก่อ

ผู้ว่าฯอัศวิน ยันโครงการปรับภูมิทัศน์เมืองโปร่งใส รับเปิด ปท. ชี้พรรคการเมืองติเพื่อก่อ

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่หน้าลิโด สยาม เขตปทุมวัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจความคืบหน้าโครงการปรับภูมิทัศน์ถนนพระราม 1 ช่วงจากแยกปทุมวัน ถึง แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน ถึงกรณีโครงการคลองช่องนนทรี ที่พรรคการเมืองได้ตั้งข้อสงสัยถึงความไม่โปร่งใสของโครงการ ว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายการเมืองท้วงติง

“คงจะติเพื่อก่อ ติเพื่อให้ดีขึ้นว่า กทม.ทำอะไร มันคุ้มประโยชน์หรือไม่ คุ้มค่ากับเงินที่ใช้ไปหรือไม่ ต้องเรียนว่า พื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครน้อยลงไปทุกที แล้วที่ตรงนั้น ช่องกลางถนนเป็นคลองมีความยาวหลายกิโลเมตร แต่ส่วนที่ กทม.จะทำมีความยาวประมาณ 4,600 เมตร ต้องการปรับพื้นที่ให้เป็นสีเขียว โดยทำให้การระบายน้ำในคลองดีขึ้น ด้วยการลอกคลองลึกประมาณ 1 เมตร และจะแยกน้ำดี – น้ำเสีย ออกจากกัน” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า วันที่ 25 ธันวาคมนี้ โครงการคลองช่องนนทรีจะแล้วเสร็จในช่วงที่ 2 แล้วมาดูกันว่าจะสวยงามขึ้นหรือไม่ ยืนยันว่าคุ้มค่าแน่นอน และ กทม.ทำทุกอย่างโปร่งใส ไม่ได้ทำสุขเอาเผากิน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีกรณีที่ผู้ออกแบบที่เป็นบริษัทภูมิสถาปนิกเดียวกันกับโครงการอื่นๆ อีกกว่า 4 โครงการ จึงนำมาสู่คำถามเรื่องความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ต้องเรียนว่า ที่ปรึกษาโครงการและคนออกแบบ มีหลายส่วนที่ช่วยกัน และก่อนที่ กทม.จะทำก็ได้มีการวางแผน ทำประชาพิจารณ์มาตั้งแต่ปี 2563 ถามความพึงพอใจ และความต้องการของประชาชนบริเวณเขตบางรัก สาทร ยานนาวา และในทุกโครงการได้รับความร่วมมือจากหลายส่วน

“ความร่วมมือนี้ กทม.ไม่ได้ใช้งบประมาณเลยสักบาทเดียว ไม่ต้องจัดซื้อจัดจ้าง เพราะเขาออกแบบให้ฟรี ต้องเรียนสื่อไปยังพี่น้องประชาชนว่า 4 โครงการนี้ เขาช่วยฟรี ไม่ได้เสียเงินแม้แต่บาทเดียว สลึงค์เดียว” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวและว่า กทม.ต้องการปรับภูมิทัศน์เพื่อรองรับการเปิดประเทศ ซึ่งคาดหวังไว้ว่าหลังปีใหม่ เราจะเปิดประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ และรองรับการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ซึ่งมี 21 เขตเศรษฐกิจ เข้าร่วม โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพด้วย และโครงการนี้เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของกรุงเทพฯ และเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon