สธ.ประกาศรายชื่อ 8 ประเทศห้ามเข้าไทย หวั่นพบโควิดกลายพันธุ์ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!

สธ.ประกาศรายชื่อ 8 ประเทศห้ามเข้าไทย หวั่นพบโควิดกลายพันธุ์ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวมาตรการป้องกันโควิด-19 กลายพันธุ์ หรือโอไมครอน ในประเทศไทย ว่าข้อมูลเบื้องต้นในทางระบาดวิทยาเรื่องความสามารถในการแพร่กระจาย ความสามารถในการหลบเลี่ยงวัคซีน และความรุนแรงของโรคยังไม่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม จากการติดตามใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนข้อมูล ประเทศไทยจึงวางมาตรการควบคุมป้องกันโรค โดยการเดินทางเข้าราชอาณาจักร แบ่งเป็น กลุ่ม 1 ประเทศที่พบสายพันธุ์ B.1.1.529 หรือโอไมครอน ใน 8 ประเทศคือ บอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท มาลาวี โมซัมบิก นามิเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว และกลุ่ม 2 ประเทศอื่นในทวีปแอฟริกา นอกเหนือจาก 8 ประเทศดังกล่าว ซึ่งจะกำหนดเงื่อนไขการเข้าสู่ประเทศดังนี้

กลุ่ม 1 ประเทศ 8 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่พบสายพันธุ์ที่มีการระบาดในประเทศของตนเอง ประการที่ 1 สำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศแล้ว สั่งกักตัวจนครบ 14 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ประการที่ 2 ไม่อนุญาตให้คนที่เดินทางมาจาก 8 ประเทศนี้เข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.64 รวมถึงไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนเข้าสู่ราชอาณาจักรโดยระบบต่างๆ ตั้งแต่ 27 พ.ย.เป็นต้นไป แปลง่ายๆ คือ คนที่เดินทางจาก 8 ประเทศนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทย

กลุ่ม 2 ประเทศในทวีปแอฟริกาที่เหลือ จะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศไทยในรูปแบบไม่กักตัว (Test & Go) ที่เดิมก็ไม่มีในรายชื่อ 63 ประเทศที่เราอนุญาตไปแล้ว รวมถึงไม่อนุญาตให้เข้ามาในระบบ Sandbox ส่วนคนที่เข้ามาแล้วต้องอยู่ในสถานที่พักที่ราชการกำหนดเท่านั้น และไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนอกห้องพักเป็นเวลา 14 วัน และจะต้องตรวจหาเชื้อ 3 ครั้งคือ วันที่ 1 วันที่ 5-6 และวันที่ 12-13

ในข้อปฏิบัติ คือจะไม่อนุญาตให้ผู้เดินทางจากแอฟริกาใต้ที่นอกเหนือจาก 8 ประเทศลงทะเบียนเข้าประเทศในระบบ Test & go และ Sandbox ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนการเข้าในระบบกักตัวยังสามารถดำเนินการได้ โดยต้องกักตัวและตรวจหาเชื้อตามข้อกำหนด ซึ่งในภาคปฏิบัติได้แจ้งยังสายการบิน และประเทศต่างๆ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการดังกล่าวแล้ว ส่วนคนที่เข้ามาแล้วให้ดำเนินการตามมาตรการที่ได้รับอนุญาตแล้วถึงวันที่ 15 ธ.ค.แต่ต้องกักตัวให้ครบ 14 วัน

“ข้อปฏิบัตินี้จะใช้สำหรับผู้เดินทางที่เป็นชาวต่างชาติ แต่สำหรับคนไทย ตามระบบรัฐธรรมนูญไม่สามารถจำกัดคนไทยเข้าประเทศได้ ดังนั้น คนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย แต่ต้องกักตัว 14 วัน” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า ข้อมูลเดือน พ.ย.64 ผู้เดินทางมาจากแอฟริกาตอนใต้โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาด พบว่า ผ่านระบบต่างๆ 12 ประเทศ รวม 1,007 คน ประกอบด้วย บอตสวานา 3 ราย นามิเบีย 16 ราย แองโกลา 22 ราย มาดากัสการ์ 7 ราย เมอร์ริเซียส 27 ราย แซมเบีย 5 ราย เอสวาตินี 39 ราย เอธิโอเปีย 45 ราย โมซัมบิก 12 ราย มาลาวี 2 ราย แอฟริกาใต้ 826 ราย และซิมบับเว 3 ราย ทั้งนี้ ตรวจไม่พบเชื้อโควิด อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ดำเนินการใกล้ชิด

นพ.โอภาสกล่าวว่า เรื่องนี้เราต้องประเมินสถานการณ์กันเป็นรายวันเพื่อให้มีการปรับมาตรการควบคุมป้องกันโรคได้อย่างเหมาะสม กรณีการเดินทางมาทางอากาศนั้นไม่น่ากังวลนัก เพราะในจำนวน 63 ประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทยนั้นไม่มีประเทศจากแอฟริกาใต้ แต่ที่ยังน่าห่วงคือการเข้าประเทศทางบกโดยเฉพาะตะเข็บชายแดน เราจึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ จับสัญญาณการระบาดในประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า ศบค.เพิ่งอนุญาตให้เปิดการเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางเรือและทางบกเพิ่มเติม ดังนั้น จะต้องมีการทบทวนประเด็นนี้หรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า อันดับแรก ประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามานั้นไม่มีประเทศจากแอฟริกาใต้ ขณะที่ประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาก็ยังไม่มีรายงานพบเชื้อโควิดสายพันธุ์ดังกล่าว ประกอบกับมาตรการตรวจคัดกรองเข้มข้นในผู้เดินทาง ซึ่งต้องมีการฉีดวัคซีนครบโดส มีการตรวจ RT-PCR ทั้งลำ ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีปัญหา ขณะที่การเปิดเข้ามาในประเทศผ่านทางบกนั้นก็นำร่องเพียงแห่งเดียวคือที่หนองคาย จึงยังไม่มีการทบทวนในส่วนนี้แต่ก็ต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ การกลายพันธุ์เชื้อมีตลอดเวลา แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้คือนอกจากการป้องกันแล้ว วัคซีนก็สำคัญ ซึ่งทวีปแอฟริกาใต้ฉีดวัคซีนน้อยที่สุด ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนจะร่วมมือกันให้ประเทศไทยปลอดภัย มั่นคงยิ่งขึ้น หากยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ถ้าท่านไม่มีข้อห้ามในการฉีดก็ขอให้มาฉีด ส่วนคนที่ฉีดแล้ว 2 เข็ม ภูมิจะอยู่ในระดับที่ดีมากประมาณ 5-6 เดือน ดังนั้น คนที่ฉีดครบแล้วไม่ว่าจะเป็นสูตรใดๆ รอฟังประกาศ สธ.ว่าจะมีการฉีดบูสเตอร์โดสให้แล้วเพื่อให้ภูมิคุ้มกันสูง ลดอาการหนักและเสียชีวิต วัคซีนเป็นเพียงมาตรการหนึ่ง แต่มาตรการที่จะช่วยให้ปลอดภัยเพิ่มขึ้นคือป้องกันตัวเองครอบจักรวาล คือสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และมาตรการป้องกันโรคที่เข้มข้นของสถานประกอบการต่างๆ

เมื่อถามว่ากรณีปรับให้ผู้เข้าประเทศระบบ Test & Go เมื่อเข้ามาให้ตรวจ ATK จะทบทวนหรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า นั่นเป็น 63 ประเทศ Test & Go ซึ่งไม่มีประเทศในแอฟริกาแม้แต่ประเทศเดียว โดยที่ประชุมรับทราบและมีมติทวีปแอฟริกาไม่ให้เข้าระบบนี้ ซึ่งประเทศที่เข้า Test & Go ยังไม่มีการระบาดของสายพันธุ์นี้ และมีระบบเฝ้าระวังทั่วโลกและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อย่างฮ่องกงก็เป็นเคสนำเข้ายังไม่มีปัญหา เราติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon