ศบค.เผยมี นทท.แอบออกจากที่พักก่อนรู้ผลตรวจโควิด จี้หน่วยงานเข้มงวด

ศบค.เผยมี นทท.แอบออกจากที่พักก่อนรู้ผลตรวจโควิด จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระวังให้เข้มงวด

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) แถลงข่าวประจำวันว่า ขณะนี้ได้มีการระงับการลงทะเบียนผู้เดินทางเข้าประเทศประเภท Test and Go (เทสต์แอนด์โก) และ Sandbox (แซนด์บ็อกซ์) ชั่วคราวไปก่อน ยกเว้นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และการเข้าประเทศต้องกักตัว โดยมีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม

ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนเทสต์แอนด์โกก่อนหน้านี้ มีประมาณ 2 แสนคน ยังสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ แต่มีมาตรการเพิ่มเติม คือ เมื่อมาถึงไทยโดยตรวจ RT-PCR ผลเป็นลบ สามารถเดินทางต่อได้ แต่ต้องติดตามตัวตลอด 7 วัน โดยต้องมีการติดตั้งแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” ทุกคน และต้องตรวจ RT-PCR ซ้ำในวันที่ 5 หรือวันที่ 6 ก่อนครบ 7 วัน กับ รพ.รัฐหรือ รพ.เอกชน ที่กำหนดไว้เท่านั้น โดยรัฐจะออกค่าใช้จ่ายให้ มาตรการดังกล่าวทาง ศบค.จะติดตามอย่างใกล้ชิด จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 4 มกราคม 2565

“ส่วนที่มีรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวหลุดจากระบบติดตาม ขอให้ทุกหน่วยงาน โรงแรมที่รับนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ต้องมีการเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการสกัดกั้นเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน ไม่ให้มีการระบาดเป็นวงกว้าง หรือหากมีการระบาดก็ต้องระบาดให้น้อยที่สุด” พญ.สุมนีกล่าว

Advertisement

พญ.สุมนีกล่าวอีกว่า วันนี้ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาทางสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 10,787 คน และที่สนามบินภูเก็ตจำนวน 2,546 คน นอกจากนั้นที่ประชุมยังให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการท่องเที่ยวและกีฬา” เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้เดินทางที่มาทางสนามบินทุกช่องทาง จนถึงเข้าที่พัก และติดตามการตรวจ RT-PCR ครั้งที่สอง ให้ครบทุกราย ในช่วง 7 วัน ซึ่งมีหน่วยงานเกี่ยวข้องที่ร่วมเป็นคณะทำงาน ได้แก่กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข อีโอซีทุกสนามบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น รวมไปถึงผู้ประกอบการโรงแรม และโรงพยาบาลคู่ขนานปฏิบัติงานร่วมกับโรงแรม

“ได้มีการเน้นย้ำชี้แจงกับนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามขั้นตอน โดยก่อนเข้าประเทศต้องมีการลงทะเบียนระบบไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) จองโรงแรมที่ได้ระบบ SHA+ หรือเป็นโรงแรมที่ทำเป็นสถานที่กักตัว (AQ) ต้องมีคิวอาร์โค้ดสำหรับเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน เมื่อถึงที่พักแล้วให้มีการติดตั้งติดตั้งแอพพ์หมอชนะทุกคน เพื่อติดตามอาการ ติดตามการเดินทาง หลังจากตรวจ RT-PCR ต้องอยู่ในห้องพัก จนกว่าจะรู้ผลว่าเป็นลบ จึงจะสามารถออกไปข้างนอกได้ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวบางส่วนออกจากห้องพักก่อนทราบผลตรวจ ซึ่งมีความเสี่ยงมาก” พญ.สุมนีกล่าว

พญ.สุมนีกล่าวว่า เมื่อออกจากที่พักได้ ก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรการความปลอดภัย ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พกแอลกอฮอล์ล้างมือ เว้นระยะห่างในที่แออัด เพราะเรามีรายงานว่า นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมไม่สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งถือว่าไม่ปลอดภัย เพราะตรวจครั้งแรกไม่พบ แต่ครั้งที่สองยังไม่ได้รับการตรวจ อาจจะเป็นผู้ที่แพร่เชื้อ หรือได้รับเชื้อจากคนข้างนอกได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image