‘วราวุธ’ แจง ‘พี่ติ๊ก’ ส่งขอ ‘งบกลาง’ จ้าง ‘พิทักษ์ป่า’ แล้ว อยู่ระหว่างแจงสำนักงบฯ

“วราวุธ” แจง “พี่ติ๊ก” ส่งขอ “งบกลาง” จ้าง “พิทักษ์ป่า” แล้ว อยู่ระหว่างแจงสำนักงบฯ

“วราวุธ” แจง “พี่ติ๊ก” ส่งขอ งบกลางจ้าง “พิทักษ์ป่า” แล้ว อยู่ระหว่างแจงสำนักงบฯ มั่นใจจ้างกลับมาได้ทั้งหมด 3-4 พันอัตรา ย้ำงานป้องกันป่ามีความสำคัญ

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สำหรับกระแสข่าวการถูกลดงบประมาณ ซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องถูกเลิกจ้าง-ลดจำนวนลงกว่าครึ่งนั้น ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำหนังสือยื่นขอจัดสรรงบประมาณจากงบกลาง ให้สำนักงบประมาณพิจารณาถึงความจำเป็นในการจ้างเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า เพื่อปกป้องรักษาผืนป่าของประเทศแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าชี้แจงถึงความจำเป็นในการของบดังกล่าว ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไรบ้าง

“ผมเชื่อว่าสำนักงบประมาณจะเห็นถึงความจำเป็นและอนุมัติงบประมาณ หากเป็นไปตามคำขอ เราจะสามารถจ้างงานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้ทั้งหมด และจะไม่มีใครถูกเลิกจ้างหรือตัดเงินเดือนอีก เนื่องจากที่ผ่านมา การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีกำลังพลไม่เพียงพออยู่แล้ว เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว การดูแลผืนป่าของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 1 คน ต้องดูแลมากถึง 10,000 ไร่ ในการรับมือกับการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ป่าครับ” รมว.ทรัพยากรฯระบุ

นายวราวุธให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ในส่วนที่มีการพูดถึงครั้งนี้ คืองบประมาณปี 2565 ซึ่งตั้งแต่การพิจารณางบฯ เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว เมื่อทางกระทรวงฯ ทราบก็ได้ทำเรื่องถึงสำนักงบประมาณเพื่อพิจารณาขอรับการจัดสรรงบกลางเพิ่มทันที

ซึ่งขณะนี้รอการเข้าชี้แจงและคงไม่มีปัญหาอะไร โดยกระทรวงของบเพิ่มไป 400-500 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถนำไปจัดจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากลับมาได้ทั้งหมด 3,000-4,000 อัตรา และไม่เกิดปัญหาการเลิกจ้างขึ้น เรื่องนี้เราเข้าใจทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นสำนักงบประมาณ กรมอุทยาน และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และพยายามแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาการเบิกจ่ายงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรฯ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่จึงทำให้ถูกตัดงบประมาณ นายวราวุธกล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนี้ กระทรวงทรัพยากรฯเบิกจ่ายงบประมาณอยู่ในอันดับกลางๆ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงถูกตัดงบประมาณในส่วนนี้

ซึ่งตนก็พยายามทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย ส่วนที่ผ่านมากรมอุทยานฯ สามารถจัดเก็บเงินรายได้หลัก 2,000 กว่าล้านบาทต่อเนื่องกันมาหลายปี จะสามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้ได้หรือไม่นั้น ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา การจัดเก็บรายได้ตรงนี้หายไปกว่าร้อยละ 90 สิ่งที่เราเคยทำได้เมื่อก่อนก็ทำไม่ได้ ซึ่งกรมอุทยานฯ มีภารกิจมากโดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาอุทยานฯ ให้ได้มาตรฐานในด้านต่างๆ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon