ทช.ประสานคพ.กำจัดคราบน้ำมัน แบบจำลองชี้ กำลังเคลื่อนที่เข้า เกาะเสม็ด-หาดแม่รำพึง

ทช.ประสานคพ.กำจัดคราบน้ำมัน แบบจำลองชี้ กำลังเคลื่อนที่เข้า เกาะเสม็ด-หาดแม่รำพึง

วันที่ 26 มกราคม นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า มีรายงาน ผลการติดตามสถานการณ์ น้ำมันรั่วของ บ. SPCR ณ เวลา 08.00 น. ดังนี้

1.บริษัทระดมเรือที่มีในท่าช่วยกันฉีดพ่นน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน (เรือจำนวน 8 ลำ)
2.บริษัทแจ้งขอ เครื่องบิน C-130 มาบินพ่นน้ำยาขจัดคราบน้ำมันจะมาถึงประเทศไทยใน เช้าวันที่ 26 ม.ค.65
3.ในช่วงเช้า วันที่ 26 ม.ค.65 บริษัทจะประสานขอ ฮ. จาก ทรภ.1 เพื่อบินสำรวจ และ บ.ช่วยโปรยสารเคมีขจัดคราบน้ำมันทางอากาศ
4.เมื่อทราบการรั่วไหล เมื่อ เวลา 21.00 น.ของวันที่ 25 ม.ค.65 จึงได้หยุดการส่งน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่รั่วน้อยกว่า 20 ตัน (กำลังประสานกับ เจ้าท่าเพื่อหาจำนวนที่แน่นอน)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ท่อน้ำมันดิบใต้ทะเล ในนิคมมาบตาพุด รั่วไหล 4 แสนลิตร จ่อเคลื่อนถึงแม่รำพึง-เสม็ด 28 ม.ค.นี้

ทั้งนี้ ทช.ได้รับประสานทางโทรศัพท์จากบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) เมื่อเวลา 00.30น. วันที่ 26 มกราคม 2565 ว่า มีน้ำมันดิบรั่วไหลจำนวน 400,000 ลิตร จากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล ในบริเวณมาบตาพุด จังหวัดระยอง จุดเกิดเหตุ คือ บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล (SPM) ละติจูด 12 องศา 29.3 ลิปดาเหนือ ลองติจูด 101 องศา 11.76 ลิปดาตะวันออก ซึ่งเกิดเหตุเมื่อเวลา 21.06 น. ของวันที่ 25 มกราคม 2565 และมีความจำเป็นที่จะต้องยับยั้งไม่ให้น้ำมันเคลื่อนที่เข้าสู่ฝั่ง เนื่องจากทิศทางลมพัดขึ้นไปทางด้านเหนือ อาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดระยองในหลายหาดได้ ซึ่งขณะนี้ ทช.รับทราบผลการประเมิน จากสนง.สิ่งแวดล้อมภาค กรม คพ.

โดยใช้แบบจำลอง OilMap ในการทำนายการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันในทะเล โดยผลของแบบจำลอง OilMap คาดว่า กลุ่มน้ำมันดังกล่าวอาจจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งทะเลบริเวณหาดแม่รำพึงจนถึงบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ในวันที่ 28 มกราคม 2565 ระหว่างเวลาประมาณ 15.00-17.00 น. ในปริมาณประมาณ 180,000 -200,000ลิตร

นายโสภณ กล่าวว่า ในการนี้ ได้ประสานกับ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในการลงพื้นที่จ.ระยอง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างเร่งด่วน และจะเร่งรายงานผลให้ทราบความคืบหน้า โดยเร็ว ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon