สธ.เผย เปิดผับบาร์ 6 วัน ยังไม่พบปัจจัยส่อระบาดโควิด ยันตัวเลขติดเชื้อ-ป่วยหนัก-ดับ ลดต่อเนื่อง

สธ.เผย เปิดผับบาร์ 6 วัน ยังไม่พบปัจจัยส่อระบาดโควิด ยืนยันตัวเลขติดเชื้อ-ป่วยหนัก-ดับ ลดลงต่อเนื่อง ปัญหายังอยู่ที่ 608 คนไม่รับวัคซีน

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวอัพเดตสถานการณ์โควิด-19 ว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์โควิด-19 หลังจากที่เริ่มเปิดสถานบันเทิงเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.65 หลายคนกังวลว่าอาจจะเกิดระบาด หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องกลับไปดำเนินมาตรการเข้มงวด ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย อย่างไรแล้วประเทศไทยดำเนินการสอดคล้องกับประเทศทั่วโลกคือเราพบกับโควิดเข้าปีที่ 3 ขณะนี้ทั่วโลกและไทยก็เริ่มให้ความสำคัญกับผู้ป่วยหนัก ผู้เสียชีวิต และผู้ที่จะมีผลต่อระบบสาธารณสุขที่จะรับมือไม่ไหว หลายประเทศเริ่มไม่รายงานผู้ติดเชื้อใหม่แล้ว เริ่มมีตัวเลขศูนย์รายงานกัน แต่สำหรับไทยเรายังรายงานและให้ความสำคัญกับผู้เสียชีวิต ผู้มีอาการหนัก ผู้รักษาในโรงพยาบาล (รพ.) เป็นสำคัญ ส่วนตัวเลขติดเชื้อต้องเรียนว่าส่วนใหญ่ปัจจุบันเป็นการติดเชื้อแล้วอาการไม่มาก จึงใช้ระบบแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ฉะนั้นเราจะปรับตามสถานการณ์

นพ.โอภาสกล่าวว่า รายงานผู้เสียชีวิตรายใหม่วันนี้มี 27 ราย แนวโน้มเฉลี่ย 14 วันพบว่าค่อยๆ ลดลง แนวโน้มจะลดลงต่ออีกระยะหนึ่ง อัตราป่วยตายลดต่ำลงอยู่ที่ 0.09% ขณะที่ผู้อาการหนักที่เราใช้เกณฑ์จากอาการปอดอักเสบ มี 761 ราย แนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จากสัปดาห์ก่อนที่พบพันรายก็ลดลงเหลือ 700 ราย ส่วนผู้ที่ใช้ท่อช่วยหายใจ มี 375 ราย จากที่เคยพบสูงสุดในระลอกโอมิครอนอยู่ที่พันกว่าราย ฉะนั้นภาพรวมของประเทศสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ ป่วยหนัก เสียชีวิต มีแนวโน้มลดลง สอดคล้องกับข้อบ่งชี้ เช่น การรักษาใน รพ. ที่เตียงไอซียู เตียงอาการหนักใช้เพียง 10% ทำให้ระบบสาธารณสุขเริ่มกลับไปให้บริการผู้ป่วยโรคอื่นตามปกติ

“ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่อนุญาตให้สถานบันเทิง ผับบาร์ คาราโอเกะเปิดให้บริการ ยังไม่พบแนวโน้มผู้ติดเชื้อมากขึ้น ซึ่งต้องติดตามอีก 1-2 สัปดาห์ จึงจะบอกได้ชัดเจนว่า การเปิดสถานบันเทิงไม่มีผลกระทบต่อจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้มีอาการหนักมากนัก” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า สำหรับผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 20-30 รายต่อวัน ปัจจัยสำคัญมาจาก 1.ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่เห็นชัดจะอยู่ในกลุ่ม 70 ปีขึ้นไป 2.ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ซึ่งใน 2 ปัจจัยนี้เป็นกลุ่ม 608 ที่มีสัดส่วนเสียชีวิตสูงอย่างวันนี้รายงาน 27 ราย มี 26 รายที่อยู่ในกลุ่ม 608 คิดเป็น 96% และ 3.ส่วนใหญ่ไม่ได้วัคซีน สูงถึง 59% ไม่ได้รับเข็มกระตุ้น 30% ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ตัวเลขมาตลอด เราจึงพยายามลดการสูญเสียชีวิตด้วยการเร่งฉีดวัคซีนร่วมมาตรการอื่นที่จำเป็น โดยที่ประชุมอีโอซี ได้เห็นชอบแผนเร่งรัดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อลดดอาการป่วยหนักและรุนแรงถึงกว่า 30% โดยเฉพาะช่วงต่อไปที่เราจะเปิดประเทศ เปิดกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image