รองผู้ว่าฯ กทม.เยี่ยมงาน ‘วันซักผ้าและอาบน้ำแห่งชาติ’ จัดสุขอนามัยพื้นฐาน ‘คนไร้บ้าน’

8.06.22 | 20:25 น.

รองผู้ว่าฯกทม.เยี่ยมงาน ‘วันซักผ้าและอาบน้ำแห่งชาติ’ จัดสุขอนามัยพื้นฐาน ‘คนไร้บ้าน’ ยัน สิทธิเท่าเทียมกัน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่ถนนราชดำเนิน เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.) ซึ่งดูแลด้านการศึกษาและสังคม พร้อมด้วย นายอนุกูล ปีดแก้ว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, นายวสันต์ บุญหมื่นไวย์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร, นายกฤษดา เพ็ชร์สีสัง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร, นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ผู้จัดแผนงานพัฒนาองค์ความรู้ฯสุขภาวะคนไร้บ้าน สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สสส. พร้อมด้วยเครือข่าย ร่วมกิจกรรม “วันซักผ้าและอาบน้ำแห่งชาติ” บริเวณหลังตู้คอนเทนเนอร์ ศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม


ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาด้านความสะอาด และการซักล้าง ถือเป็นปัญหาใหญ่ของคนไร้บ้าน ในกรุงเทพฯ ข้อมูลจากมูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า คนไร้บ้านส่วนมาก ซักผ้าตัวเอง 2 วัน ต่อสัปดาห์ อาบน้ำวันละ 2 ครั้งอย่างยากลำบาก ต้องไปอาบที่ปั๊มน้ำมัน ห้องน้ำสวนสาธารณะ หรือแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสิ่งที่ยากกว่าที่อาบน้ำ คือที่ตากเสื้อผ้า บางส่วนใช้วิธีซักแล้วสวมใส่ให้แห้งไปกับตัว

โดยเวลา 18.43 น. นายวสันต์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร และนายกฤษดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชน ร่วมหารือกับ นายศานนท์ถึงปัญหาคนไร้บ้านในเรื่องการอาบน้ำ

Advertisement

จากนั้น นายอนุกูล ปีดแก้ว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า มากับรองผู้ว่าฯกทม. และรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคม ผู้อำนวยการเขตพระนคร และผู้บริหาร กทม. ซึ่งทั้ง กทม. และ พม. มีหน้าที่ดูแลพี่น้อง แต่ว่า ด้วยการดูแลพี่น้องประชาชนอาจจะแตกต่างกัน วันนี้ถือว่าพี่น้องน่าจะมีส่วนร่วมในการทำงานระยะต่อไป ซึ่งจะเชื่อมโยงกับ กทม.

“คนกรุงเทพฯ กำลังตื่นเต้นกับผู้ว่าฯกทม.นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาครัฐที่ดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้อง

อยากเรียนว่า การที่เราเข้ามาร่วมกันจัดกิจกรรมเกี่ยวกับพี่น้องคนไร้บ้าน หวังอย่างยิ่งว่า จะร่วมมือกันให้พี่น้องมีคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ครั้งนี้เรามาร่วมออกแบบ ช่วยคิด ทั้ง กทม. พม. และภาคีอื่นๆ องค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ เพื่อให้พี่น้องรู้สึกว่า ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกันในสังคมไทย” นายอนุกูลกล่าว

ด้าน นายศานนท์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง ที่เราอยากมาทำให้ทุกคนเห็นว่า ความจริงแล้ว กทม. หันไปเห็นวัดพระแก้ว เห็นตึกสวยๆ แต่ กทม.ไม่ได้มีแค่นั้น กทม.มีคนอีกมากมาย รวมถึงทุกคนที่นี่ ทุกคนเป็นคนเท่ากัน ทุกคนมีสิทธิในเมือง กทม. เท่ากัน

“ต้องขอบคุณ อยากให้ทุกคนปรบมือให้กับมูลนิธิกระจกเงา ภาคเอกชน และพี่ๆ ร้านอาหารต่างๆ ด้วย

อาจจะเป็นวันแรก แต่ไม่ใช่วันสุดท้าย อยากมาให้กำลังใจ ดูว่า กทม.จะจัดงานแบบนี้ได้ที่ไหน ให้พี่ๆ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ได้สิทธิต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน” นายศานนท์กล่าว

ด้าน นายบุญรัตน์ แสงสว่าง หรือพี่เตี้ย ตัวแทนคนไร้บ้าน กล่าวว่า อยากให้คนไร้บ้าน ได้ห้องน้ำสาธารณะกลับคืนมา

“ประเทศไทยเรา เป็นประเทศท่องเที่ยว เราควรมีห้องน้ำ อยากให้ทาง กทม.เอาห้องน้ำกลับมาเพื่อส่วนรวม ไม่ว่าคนไทย หรือต่างประเทศ เขามาเที่ยวกัน” นายบุญรัตน์กล่าว

สำหรับงานดังกล่าว “มูลนิธิกระจกเงา” ร่วมกับ บริษัท OTTERI (ร้านสะดวกซัก) กำหนดให้วันที่ 8 มิถุนายน  “วันซักผ้าและอาบน้ำแห่งชาติ” โดยนำรถซักผ้า-อบผ้า ที่มีห้องอาบน้ำ คันแรกของประเทศไทย มาจอดให้บริการคนไร้บ้านด้านในสุดของงาน จอดติดกับตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิพื้นฐานเรื่องสุขอนามัยที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ

สำหรับรถซักผ้า-อบผ้าดังกล่าว ผู้บริหารของบริษัท OTTERI (ร้านสะดวกซัก) ได้ติดต่อมูลนิธิกระจกเงา เพื่อเสนอไอเดียทำรถซักผ้าให้กับกลุ่มคนไร้บ้าน

โดยรถคันนี้มีลักษณะคือ ตู้ด้านบนเป็นตู้อบผ้า ตู้ล่างเป็นตู้ซัก ด้านหลังรถเป็นห้องอาบน้ำ 1 ห้อง มีฝักบัวที่น้ำแรง อาบน้ำได้สะอาด ซึ่งรถคันนี้จะวิ่งออกไปจอดในพื้นที่ที่คนไร้บ้านใช้ชีวิตอยู่ เพื่อให้สามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวก หลังจากสิ้นสุดงานในวันนี้

บรรยากาศ เวลา 18.30 น. มีคนไร้บ้านจำนวนมาก เข้ามาใช้บริการอาบน้ำเพื่อชำระร่างกาย ภายในห้องสุขาที่จัดเตรียมไว้ 4 ห้อง มีรถสุขาจากกรุงเทพมหานคร มาจอดบริการที่ทางเข้า ด้านรถซักอบผ้า จากบริษัท OTTERI มาในชื่อ “ชูมณี” มีคนไร้บ้านต่อคิวรอซักแห้งอย่างล้นหลาม โดยให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น.

ขณะเดียวกัน มีบูธ “แฟชั่นสัญจร” ร้านเสื้อผ้าให้คนไร้บ้านได้สามารถเข้าไปเลือกสี เลือกไซส์ เลือกแบบตามที่ใจชอบหยิบลงใส่ถุงที่เตรียมให้ ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าที่เตรียมให้ ยังมีเสื้อและผ้าขนหนูใหม่ คนละ 1 ชุด อภินันทนาการโดย สิงห์คอร์เปอเรชั่น

รอบบริเวณงาน ยังมีร้านอาหาร Food Truck จากกลุ่ม We Chef เข้ามาให้บริการอาหารให้แก่ผู้คนไร้บ้าน 3 คัน เป็นเมนูสเต๊ก ไส้กรอกเยอรมันโฮมเมด และมหาชัยไอศกรีม โดยคิวรับอาหารยาวเหยียดตลอดเวลา

มีการเปิดพื้นที่ให้คนไร้บ้านร่วมรำวง หลังจากอาบน้ำ เปลี่บนเสื้อผ้าใหม่ที่สะอาด ไปจนถึงจุดรับสมัครงาน จาก โครงการจ้างวานข้าคอยรอผู้คนไร้บ้าน เพื่อรองรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคต

สำหรับงานนี้ มีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ร่วมสังเกตการณ์ด้วย

นายศานนท์กล่าวเพิ่มเติมถึงการจัดหาที่อยู่อาศัยให้คนไร้บ้านว่า จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลของคนไร้บ้าน เพราะมีหลายหน่วยงานดูแล อย่าง กทม.เอง มีอาสาสมัครลงพื้นที่เก็บข้อมูล ให้รายงานไปที่ส่วนข้อมูลกลางของ พม. ได้หรือไม่ เพื่อให้มีการอัพเดตข้อมูลอยู่ตลอด

ทาง พม.มีบ้านมิตรไมตรี และศูนย์คุ้มครองชั่วคราว แต่อยู่ไกลจากที่ทำงาน เรื่องการหาที่อยู่ใกล้ที่ทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ ก็มีไอเดียจาก สสส.ที่เปลี่ยนตึกร้างในตัวเมืองมาทำเป็นห้องเช่า เป็นโครงการบ้านคนละครึ่ง ซึ่งจะมีการไปศึกษาต่อว่าจะทำอะไรได้เพิ่มเติมบ้าง

“ปัญหาที่ชัดที่สุดของคนไร้บ้าน คือเรื่องของการไม่มีงานทำ การมีอาชีพหารายได้จะเป็นการแก้ปัญหาได้ระยะยาว ถ้ามีการสร้างบ้านให้แล้วบังคับให้ไปอยู่ ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา

ปัญหาทางสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคนไร้บ้าน ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อน บอกตามตรงว่ามีหลายโรงพยาบาลที่ดูได้ไม่ทั่วถึง เรื่องของสุขภาพจิตเป็นปัญหาสำหรับทุกคน ทาง กทม.ก็จะเข้าไปช่วยดูเรื่องนี้เหมือนกัน” นายศานนท์กล่าว และว่า

“เราต้องมองทุกคนเป็นมนุษย์ เป็นเพื่อนที่อยู่ในเมืองเดียวกัน ถ้ามองแบบนี้จะอยู่ในภาวะที่ทุกๆ คน เขาไร้อาชีพ เขาไม่มีเงิน เขามีปัญหาบางอย่างที่ทำให้เขาอยู่ในภาวะนี้ ถ้าเรามองแบบนี้เราจะลืมไปว่าเขาเป็นคนไร้บ้าน วันนึงเราอาจเป็นคนไร้บ้านก็ได้ ทุกคนควรมีโอกาส เราเห็นคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน เป็นเพื่อนร่วมเมืองนี้ด้วยกัน ก็จะสามารถทำให้เมืองนี้ดีขึ้นได้” นายศานนท์ระบุ