แพทย์ราชวิถี เล่าเรื่อง ‘เจ้าของฮาตาริ’ ที่ไม่ต่างจากในข่าว
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม จากกรณีที่ เฟซบุ๊ก Ramathibodi School of Nursing, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital ของโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นภาพเช็คธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) สาขาถนนประชาอุทิศ ชื่อบัญชี นายจุน วนวิทย์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด สั่งจ่ายมูลนิธิรามาธิบดี จำนวนเงิน 900 ล้านบาท ลงวันที่ 29 ก.ค. 2565 จนทำให้ชาวเน็ตแห่แชร์และชื่นชมจำนวนมาก
นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สาขาศัลยกรรม รพ.ราชวิถี และผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึง นายจุน วนวิทย์ โดยว่า
“พี่วิทยา แห่ง Hatari ที่ข้าพเจ้ารู้จัก นั้นไม่ต่างไปจากข่าวนี้เท่าไร
เป็นตัวอย่างคนใหญ่ที่ทำตัวเล็กๆ สมถะ เรียบง่าย
ตั้งแต่รู้จักพี่วิทยาผ่านหลักสูตร ปปร. แห่งสถาบันพระปกเกล้าเมื่อหลายปีก่อน จนถึงปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นพี่วิทยาคนเดิม
พี่วิทยาจะทำบุญบริจาคให้กับหน่วยงานต่างๆ อยู่เนืองๆ แน่นอนพี่วิทยาก็เคยเอ่ยปากถามว่าหาก รพ.ราชวิถีต้องการอะไรที่แกพอช่วยได้ให้บอกมาได้เลย
และยิ่งช่วงสถานการณ์โควิด ที่ทุก รพ.ทั่วประเทศต่างประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ที่มีอย่างจำกัด
พี่วิทยาคนเดิมก็ยังคอยถามไถ่ว่าต้องการให้ช่วยอะไรหรือไม่ คงเพราะรู้ว่าเราไม่กล้าเอ่ยปาก ด้วยเพราะรู้ดีว่าทุก รพ.ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันหมด
ไม่นับข้าวปลาอาหารที่นำมาให้ ซึ่งเราก็ได้แจกจ่ายต่อไปยังหน่วยงานและโดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลที่ต้องทำงานหนัก
ไม่นานมานี้ ก็ได้พบว่าไม่ใช่แต่เฉพาะหน่วยงานราชการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานพยาบาลที่พี่วิทยาคอยช่วยเหลือด้วยเงินส่วนตัว
แต่แม้แต่กับลูกน้องที่ทำงานให้กับพี่วิทยา พี่วิทยาก็ยังเมตตาช่วยเหลือ เช่นเมื่อครั้งมีลูกน้องป่วยและไปรักษาตัวที่ รพ.เอกชน แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่มากเกินกว่าที่คนในระดับนั้นจะรับภาระได้ด้วยตนเองพี่วิทยาก็ยังช่วยเหลือเป็นการส่วนตัว จึงนับเป็นโชคดีที่ได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณพี่วิทยาด้วยการพยายามหาเตียงที่ รพ.ราชวิถีเพื่อรับย้ายมา เพื่อที่ลูกน้องพี่วิทยาจะได้รับการรักษาตามสิทธิที่พึงมี และพี่วิทยาจะได้นำเงินส่วนนั้นไปช่วยเหลือ รพ.ของรัฐอีกต่อหนึ่งแทน
ทั้งหมดเหล่านี้ไม่เคยเห็นพี่วิทยาทำแล้วประชาสัมพันธ์หริอโพสต์อะไรให้คนอื่นทราบ คงเพราะพี่วิทยาต้องการทำแบบปิดทองหลังพระ และถือว่าไม่ว่าคนอื่นจะรู้หรือไม่ ก็ได้บุญอยู่ในตัวของมันเองโดยสมบูรณ์แล้ว
ส่วนตัวแล้วเคยเอ่ยปากกับพี่วิทยาเป็นการส่วนตัวว่า เป็นโชคดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสรู้จักคนดีๆ แบบนี้ในชีวิต คงเป็นเพราะเหตุปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ได้มีโอกาสเจอคนดีๆ แบบนี้ในชีวิตหนึ่ง
วันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่า ไม่ใช่แต่เพียงพี่วิทยา แต่ยังรวมถึงคนในครอบครัว “พานิชตระกูล” ที่เป็นเทวดาลงมาเกิดเพื่อสะสมบุญต่อเนื่อง
อนุโมทนากับพี่วิทยาและ Hatari family
เชื่อแน่ว่าคงจะมีคนอย่างพี่วิทยาอีกมาก เพียงแต่ยังไม่แสดงตัวและสาธารณชนยังไม่มีโอกาสรับทราบเรื่องดีๆ แบบนี้
ปล. เราๆ ท่านๆ ที่ไม่ได้มีเงินนับพันล้าน ก็สามารถร่วมทำบุญได้ง่ายๆ กับพี่วิทยา ด้วยการอุดหนุนใช้ของไทย …HATARI …เพื่อพี่วิทยาจะได้เป็นสะพานบุญให้เราต่ออีกทอดหนึ่ง”

