อย.ยันคุมเข้ม ‘ยาลิ้นฟ้า’ ทั้งร้านและ รพ. ห่วงซื้อออนไลน์ไม่ใช่ของจริง
กรณีวัยรุ่นอายุ 25 ปี ใช้อาวุธปืนยิงถล่มเพื่อนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่ สน.หนองค้างพลู เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีการระบุว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง และชอบเคี้ยว ยาโรฮิบนอล 542 หรือ ยาลิ้นฟ้า ตลอดเวลา จนเกิดอาการหลอน และเป็นเหตุหนึ่งที่กลุ่มเพื่อนพยายามตีตัวออกห่าง เพราะไม่อยากคบค้าสมาคมด้วยนั้น
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงยาโรฮิบนอล 542 หรือยาลิ้นฟ้าว่า ยาโรฮิบนอล (Rohypnol) มีชื่อทางการค้าของยาในกลุ่มฟลูนิแทรซิแพม (Flunitrazepam) จัดอยู่ในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ถือเป็นยาควบคุม ไม่มีขายทั่วไป ต้องเป็นการจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น โดยโรงพยาบาล (รพ.) หรือสถานพยาบาลใดจ่ายยาดังกล่าวก็ต้องทำรายงานเข้าไปที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งนี้ ยาโรฮิบนอลออกฤทธิ์ทำให้นอนหลับคล้ายกับยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ดังนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการจ่ายยาโดยจิตแพทย์ เพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยาโรฮิบนอลไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่พบว่ามีการขายในตลาดออนไลน์ โดยผู้ซื้อหวังมาใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ นพ.สุรโชคกล่าวว่า เป็นยาที่ไม่อนุญาตให้ขายทั่วไป แม้กระทั่งในร้านขายยา ดังนั้น ข้อสำคัญคือ ยาที่ขายในอินเตอร์เน็ตจะเป็นของจริงหรือไม่ เพราะหลายครั้งผู้ที่ขายอาจนำยาชนิดอื่นมาผสม ใส่สีให้เหมือนแล้วอ้างว่าเป็นยาโรฮิบนอล
เมื่อถามว่า ยาดังกล่าวออกฤทธิ์ให้นอนหลับแล้วจะก่อให้เกิดอาการหลอนอย่างไร นพ.สุรโชคกล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นยาจริงหรือไม่ อาจเป็นยาอื่นที่ถูกหลอกขายมา รวมถึงอาจเป็นการใช้ที่ไม่ถึงโดสที่จะให้นอนหลับก็จะเกิดอาการสะลึมสะลือ แต่ที่สำคัญต้องดูว่าใช่ยาจริงหรือไม่ เพราะทางการแพทย์ก็ไม่ได้ใช้เยอะ และต้องมีการรายงานการใช้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจากกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า “โรฮิบนอล” มีฤทธิ์บรรเทาอาการวิตกกังวล สงบประสาท ทำให้นอนหลับ สูญเสียความทรงจำชั่วขณะ คลายกล้ามเนื้อ ต้านการชัก และกดระบบการหายใจ จึงถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อเป็นยานอนหลับ ยานำสลบ และสงบประสาทก่อนทำการผ่าตัด ในบางประเทศยาชนิดนี้ถือเป็นยาผิดกฎหมาย เนื่องจากมีรายงานถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ ยาจะออกฤทธิ์เร็วหลังรับประทานหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ทำให้นอนหลับภายในเวลา 20-30 นาที หลังการรับประทานยา และฤทธิ์จะอยู่นานประมาณ 8-12 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบแก่ผู้ใช้ยาให้เกิดอาการง่วงซึม มึนงง เดินเซ ปวดศีรษะ และความจำในระหว่างที่ได้รับยาลดลง การตัดสินใจไม่ดี บางรายอาจมีอาการสั่น ฝันร้าย ประสาทหลอน และพฤติกรรมผิดปกติ
สำหรับการควบคุมยาชนิดนี้ในประเทศไทย เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เพื่อป้องกันการนำไปใช้ก่ออาชญากรรม หรือนำไปใช้ในทางที่ผิด ผู้มีสิทธิสั่งจ่ายยาชนิดนี้จะต้องเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์เท่านั้น ห้ามมิให้จำหน่ายในร้านขายยาทั่วไป และผู้ที่จะใช้ยานี้ได้ต้องใช้ตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

