นายก วสท.ตรวจสอบตึกเอียงซอยปิยะบุตร์ 2 วอนเร่งตรวจสอบเชิงลึก อย่านิ่งนอนใจ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ หรือ วสท. พร้อมคณะ เดินทางเข้าตรวจสอบ และเข้าพบปะกับเจ้าของอาคารตึกแถวเอียงบริเวณปากซอยสุขุมวิท 101/1 (ซอยปิยะบุตร์ 2) เขตพระโขนง
ดร.ธเนศเปิดเผยว่า ปกติแล้วเมื่อได้รับการติดต่อจากกรุงเทพมหานครก็ยินดีที่จะเข้ามาดูทางหลักวิชาการให้ โดยได้รับข่าวเบื้องต้นว่าอาคารเกิดอาการเอียง ในวันนี้จึงเข้ามาดูด้วยจุดประสงค์คืออาคารเอียงจริงหรือไม่, เอียงโน้มไปในทิศทางใด, สภาพโครงสร้างภายในอาคารเป็นอย่างไร และเพื่ออธิบายให้เจ้าของอาคารทราบว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นอาคารเอียงไปทางด้านหลัง แต่หากให้ชัดเจนว่าเอียงระดับเท่าใดต้องใช้กล้องต่างระดับวัด แต่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบด้วยการดูด้วยตา
ดร.ธเนศกล่าวอีกว่า เมื่ออาคารเอียงแล้วหลักการสร้างอาคารโดยทั่วไป หากไม่ได้จงใจเพื่อให้เป็นศิลปะต้องสร้างอาคารให้มีความตั้งตรง ซึ่งหากอาคารที่ตั้งใจให้ตรงแต่กลับเอียง ถือว่าเสถียรภาพไม่ดี ตามหลักวิศวกรรมถือว่าไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ต้องมีการสำรวจ มีการตรวจสอบเชิงลึก โดยเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วคลินิกช่างของวิศวกรรมสถานได้เคยแนะนำให้มีการสำรวจ อย่างน้อยเพื่อให้เจ้าของอาคารทราบถึงความเคลื่อนไหวของตัวอาคารว่ามีการทรุดตัวหรือไม่ หรือทรุดตัวเพิ่มขึ้นเท่าไร รวมถึงอัตราการทรุดตัว เพื่อให้เกิดการแก้ไขได้ โดยการเสริมเสาเข็ม หรือทำการยกขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของอาคารต้องการแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้ ต้องมีการสำรวจเชิงลึก เปรียบกับการไปพบแพทย์ที่ต้องตรวจความดัน ตรวจอุณหภูมิ และเมื่อหยุดการสำรวจนั้นควรที่จะตอบได้ว่าหยุดการสำรวจเพราะอะไร ขออย่านิ่งนอนใจ ให้ทำการสำรวจการทรุดตัว ซึ่งตนได้อธิบายให้เจ้าของอาคารเข้าใจแล้ว

ดร.ธเนศกล่าวอีกว่า สำหรับทางกรุงเทพมหานครที่เมื่อทราบข่าวก็ได้เข้ามาดูแลแล้ว แต่เมื่อวันนี้พบปัญหาเพิ่มขึ้นในเรื่องของน้ำก็ต้องทำการตรวจสอบว่ามาจากที่ใด และทำให้ดินชุ่มจนเกิดการทรุดตัวของอาคารหรือไม่ โดยทางวิศวกรรมสถานสามารถช่วยในเรื่องของการตรวจเรื่องน้ำ หรือการตรวจภายนอกได้ ซึ่งอาคารที่เอียงนั้นมักจะได้ยินว่าไม่เกิดการร้าว ซึ่งเป็นเพราะเอียงไปด้วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีรอยแตก ดังนั้น จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรเร่งทำการสำรวจ เมื่อใดที่อาคารเอียงและมีฐานใดหลุดจากหัวเข็ม จะทำให้เกิดการจม ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นห่วง จึงต้องมีการตรวจสอบเชิงลึก เพราะตราบใดที่ไม่มีตัวเลขในด้านการทรุดตัว การชุ่มน้ำ และตัวเลขอัตราจากการสำรวจอื่นๆ ก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ ส่วนตัวผู้พักอาศัยไม่ควรทำสิ่งที่เพิ่มน้ำหนักให้ตัวอาคาร ทั้งนี้ ปกติอาคารทรุดมี 2 แบบ คือการทรุดตัวไม่เท่ากัน ที่จะมีรอยร้าวแตกเฉียบที่ผนัง อีกประเภทคือการทรุดตัวแบบทรุดเอียงที่ไม่มีรอยร้าว

