ศบค.เปิดเผยศึกษาไทย วัคซีนโควิด 4 เข็ม ลดความรุนแรง-ตาย จากโอมิครอน BA.4/BA.5 ได้ 100% คาดปลายปีฉีดไฟเซอร์เด็ก 6 เดือน
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 1 กันยายน พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เข้ารักษาใน รพ. ทั้งสิ้น 2,004 คน โดยมีผู้ที่กำลังรักษาอยู่ 15,990 คน ในจำนวนนี้เป็น ผู้ป่วยปอดอักเสบ 736 คน และใส่เครื่องช่วยหายใจ 355 คน ถ้าเทียบกับยอดเมื่อวานนี้ (31 สิงหาคม 2565) จะพบว่า ผู้ป่วยปอดอักเสบและผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจลดลง 29 ราย สำหรับทิศทางของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าอัตราการครองเตียงทั่วประเทศอยู่ใน ร้อยละ 12.8 ดังนั้น กลุ่มหลักที่มีความเสี่ยงสูงยังคงเป็นกลุ่ม 608 ที่จะต้องได้รับวัคซีน เนื่อวจากมีผลการศึกษาบ่งชี้ว่าสามารถลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้

“สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจารายงานวันนี้มี 25 คน ทิศทางยังไม่ได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่กลุ่มเสี่ยงที่เสียชีวิตยังเป็นกลุ่มเดิมคือ 608 โดยวันนี้ผู้เสียชีวิตเป็นกลุ่ม 608 ถึงร้อยละ 100 ค่าเฉลี่ยอายุ 80 ปี โดยอายุต่ำสุด 50 ปี อายุมากที่สุด 101 ปี” พญ.สุมนี กล่าวและว่า เมื่อดูประวัติในการรับวัคซีนของผู้เสียชีวิตทั้ง 25 ราย พบว่ามีถึงร้อยละ 56 ที่ไม่ได้รับวัคซีน ร้อยละ 24 ไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น และร้อยละ 20 ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 แล้ว แต่ระยะเวลานานเกิน 3 เดือน ขณะที่ผลการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายหลักอายุเกิน 60 ปี ในกลุ่มนี้ได้เข็มที่ 3 ร้อยละ 50.7 และกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี ฉีดครบ 2 เข็ม เพียงร้อยละ 47.1 ดังนั้น ช่วงนี้เปิดเรียนแล้ว ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานไปรับการฉีดวัคซีนที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะมิสซี (Mis-C) หลังมีอาการป่วยโควิด-19 ได้
พญ.สุมนี กล่าวว่า ล่าสุดคณะทำงานศูนย์ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลวัคซีน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีการเก็บข้อมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2565 เพื่อดูประสิทธิผลวัคซีนจากการใช้จริงในประเทศไทย ซึ่งมีการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ถ้าฉีด 2 เข็ม จะสามารถลดการเกิดปอดอักเสบที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจได้ ร้อยละ 60 ป้องกันการเสียชีวิตได้ร้อยละ 72 ถ้าฉีด 3 เข็ม สามารถป้องกันปอดบวมที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจได้ ร้อยละ 83 ป้องกันการเสียชีวิตร้อยละ 93 ถ้าฉีด 4 เข็ม ป้องกันการเกิดปอดปวมหรือปอดอักเสบและลดอัตราการเสียชีวิตได้ร้อยละ 100 ดังนั้น ต้องทราบว่า การฉีดวัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อและเพื่อลดอาการหนัก หรือเสียชีวิต หากฉีดไปแล้วเกิน 6 เดือน ขอให้ไปรับเข็มกระตุ้นได้
ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า จะเห็นว่าขณะนี้ คนใกล้ตัวติดโควิด-19 กันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากตัวเชื้อโอมิครอนแพร่ระบาดง่าย และติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เมื่อตรวจด้วย ATK แล้วพบว่าขึ้น 2 ขีด จะทำอย่างไร ล่าสุดราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ สปสช. ในเรื่อง การยกเลิกกรณชีมีเหตุสมควรเกี่ยวกับโควิด-19 เพื่อรองรับการเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งมีผลในการปรับปรุงรูปแบบการดูแลรักษาโควิด-19 โดยยกเลิกการรักษาแบบโฮม ไอโซเลชั่น และฮอสปิเทล สำหรับปผู้มีสิทธิบัตรทองยกเลิกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 สิทธิประกันสังคม ยกเลิกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2565
“แต่หลังจากประกาศนี้ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 จะยังคงได้รับการดูแลรักษาฟรีตามสิทธิที่มี ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ได้รับการดูแลในรูปแบบ OPSI ในกรณีอาการหนักก็ยังใช้สิทธิยูเซ็ป (UCEP) หรือเจ็บป่วยวิกฤต มีสิทธิทุกที่ สามารถไปรักษาที่ใดก็ได้ถ้ามีภาวะวิกฤต หากตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด ให้ติดต่อสายด่วน 1330 ถ้าเป็นประชาชนทั่วไป กด 14 ถ้าเป็นกลุ่ม 608 ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ให้กด 18 ถ้าอาการหนักให้โทรฯ ติดต่อ สายด่วน 1669 กด 2 (ศูนย์เอราวัณ) สำหรับผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ติดต่อรักษาได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน คลินิกชุมชนอบอุ่น หน่วยบริการปฐมภูมิของโรงพยาบาล สถานพยาบาลที่ลงทะเบียน หรือร้านขายยาที่ลงทะเบียนในโครงการ “เจอแจกจบ” สามารถดูรายชื่อร้านยาได้ https://www.nhso.go.th/downloads/197

ส่วนกลุ่มที่ใช้สิทธิประกันสังคม ให้เข้าไปใช้บริการแบบเจอแจกจบ ณ สถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงคลินิก ร้านขายยาที่ลงทะเบียนกับประกันสังคม ซึ่งจะได้รับการบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกรณีมีข้อสงสัยให้ติดต่อไปที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่สิทธิข้าราชการ หรือ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ก็สามารถเข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลของรัฐได้ทุกแห่ง หรือกรณีหน่วยงานใดที่มีสิทธิรักษาที่ รพ.เอกชน ก็สามารถเข้ารักษาได้ตามสิทธิที่องค์กรนั้นได้กำหนดไว้ และตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ป่วยทั้ง 3 สิทธิ ก็สามารถเข้าใช้บริการผ่านระบบเทเลเมดิซีน ได้ทาง 3 แอพพลิเคชั่น ได้แก่ คลิกนิก หมอดี และกู๊ดด็อกเตอร์ โดย คลิกนิก (Clicknic) รับผู้ป่วยทั่วประเทศสีเขียวและ 608
ส่วน หมอดี รับเฉพาะสีเขียว ไม่รวมกลุ่ม 608 และ กู๊ดด็อกเตอร์ รับเฉพาะกลุ่มสีเขียว แต่เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และชลบุรี เมื่อติดต่อผ่านแอพพ์ฯ ใดแอพพ์ฯ หนึ่ง รอเจ้าหน้าที่ยืนยันตัวตนเพื่อเข้ารับบริการ จะประเมินอาการ ให้คำแนะนำ กรณีต้องรับยาจะจัดส่งยาไปให้ ภายใต้ดุลยพินิจแพทย์ที่ดูอาการแล้ว ครบ 48 ชั่วโมงติดตามอาการ และให้คำแนะนำจนครบ 10 วัน ถ้าอาการดีขึ้นจะออกจากระบบในการดูแลรักษา” พญ.สุมนี กล่าว
ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นระลอกเล็กๆ ขณะที่แนวโน้มผู้เสียชีวิตยังคงตัว ส่วนประเทศไทยก็เช่นกัน พบเป็นระลอกเล็กๆ ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่แนวโน้มผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตยังลดลงต่อเนื่อง อัรตราครองเตียงสีเหลืองสีแดง และการใช้ยาต่อวันลดลง ผู้เสียชีวิตยังเป็นกลุ่มเสี่ยงเดิม ขอความร่วมมือรับวัคซีนเข็มกระตุ้น จะลดอาการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ มาตรการป้องกันยังสำคัญเหมือนเดิมคือ มาตรการส่วนบุคคล ใส่หน้ากาก ล้างมือ ไม่ไปที่คนหนาแน่นอากาศปิดทึบ ไปรับวัคซีนสถานพยาบาลใกล้บ้านทุกที่ ส่วนวัคซีนเด็กเล็ก 6 เดือน ถึงก่อน 5 ปี มาเมื่อไร ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดหากับทางบริษัท ไฟเซอร์ คาดว่าจะเข้ามาช่วงปลายไตรมาสที่ 4 หรือปลายปีนี้

