ชัชชาติ หวาดเสียว ฝนคาดการณ์ยาก ก.ย.พุ่งทะลุกราฟ แต่พร่องน้ำไว้เยอะ รับมือ ‘โนรู’
เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 26 กันยายน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กจากศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. ดินแดง โดยมีนายอาสา สุขขัง ผอ.กองสารสนเทศระบายน้ำ ให้ข้อมูล
นายอาสากล่าวว่า สถานการณ์เช้านี้มีฝนหนักปานกลาง สลับหนักตั้งแต่ช่วงคลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง ทิศทางฝนพัดออกไปทางตะวันออกของ กทม. เช้านี้ฝนตกทั่วกรุงเทพฯ ต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนนี้
นายชัชชาติกล่าวว่า ลาดกระบัง มีการพร่องน้ำไว้เยอะ ช่วงนี้ฝนคาดการณ์ยาก บางทีมาเร็ว
“เมื่อคืนนี้โอ้โห หวาดเสียวน่าดู ขนาบบนขนาบล่าง แต่กรุงเทพฯ ตรงกลางก็ผ่านไปได้ เช้านี้มีน้ำท่วมนิดหน่อยแถวนวมินทร์ แต่แห้งหมดแล้ว เตรียมตัวก่อนออกจากบ้านนะครับ อาจมีถนนลื่น รถติดนิดหน่อย แต่ไม่มีน้ำท่วมขังบนถนนหลัก ถนนย่อยเราพยายามเข้าไปเก็บให้หมด” นายชัชชาติกล่าว

จากนั้น สอบถามนายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ซึ่งให้ข้อมูลว่า วานนี้มีการเข้าดำเนินการแก้ไขน้ำท่วมขังซอยมัยลาภ รามอินทรา 14 และรามอินทรา 21
ต่อมา นายอาสา ผอ.กองสารสนเทศระบายน้ำ อธิบายสถานการณ์พายุโนรู ว่าร่องที่พาดผ่านประเทศไทยจะทำให้ กทม.มีฝนตกด้วย ขณะนี้เคลื่อนที่ออกจากฟิลิปปินส์มาแล้วด้วยความเร็ว 140 กม./ชม.
“กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะเข้าเวียดนามก่อนในวันที่ 28 แล้วทิศทางจะเข้าไทยแถวๆ อุบลราชธานี วันที่ 29 กันยายน นอกจากนี้จะมีลมฝนมาจากด้านใต้ด้วย ส่วนปัจจัยที่จะทำให้พายุอ่อนกำลังลงคือความกดอากาศสูงจากจีน ลมหนาวจะลงมา โดยพายุที่จะมาถึงเวียดนามคือไต้ฝุ่นแล้วอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่นในไทย แต่เราก็วางใจไม่ได้” นายอาสากล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่า ดังนั้น สถานการณ์ที่จะเกิดในกรุงเทพฯ โนรูอาจไม่หนักมาก แต่สิ่งที่จะมีผลกระทบคือ ถ้าฝนตกหนักในภาคกลางสุดท้ายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะเยอะขึ้น
นายอรรถเศรษฐ์ ที่ปรึกษาฯ กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.เตรียมรับมือโดยร่องน้ำต่ำกว่าที่ระดับที่ควบคุมด้วยซ้ำ
นายชัชชาติเสริมว่า วันนี้เห็นเลยว่าน้ำในคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรต่ำ อย่างไรก็ตาม ต้องเสริมคันกั้นน้ำด้วย
“วันนี้ในวอร์รูมคงต้องคุยเรื่องเสริมคันกั้นน้ำ บางจุดเพิ่มเข้าไปอีก เพราะถ้าน้ำจากพายุเข้ามาเยอะ เจ้าพระยาต้องปล่อยมาเยอะ อาจต้องเสริมบางจุดอีกสัก 50 ซม. จุดเปราะบางก็เตรียมกระสอบทรายเข้าพื้นที่ ฝนเดือนกันยายนพุ่งทะลุกราฟ” นายชัชชาติกล่าว


จากนั้น นายอาสา ผอ.กองสารสนเทศระบายน้ำ ให้ข้อมูลปริมาณน้ำฝน ซึ่งนายชัชชาติสรุปว่า ค่าเฉลี่ยน้ำฝนย้อนหลัง 30 ปี คือราว 1,690 มม. (ทั้งปี) แต่วันนี้เพียง 9 เดือน เหลืออีกราว 3 เดือนจะสิ้นปี 1,922 มม.แล้ว สำหรับปี 64 อยู่ 1907.5 มม. (ทั้งปี)
“ปีนี้ดูจากกราฟ พบว่ามันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง เพราะกราฟยังชันอยู่ ก็ต้องเตรียมรับมือ” นายชัชขาติกล่าว และว่า อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือปริมาณฝนรายเดือน โดยนายอาสา ผอ.กองสารสนเทศระบายน้ำ ระบุว่า เดือนกันยายน นับถึงวานนี้ 25 กันยายน 744.5 มม. สำหรับยอดเฉลี่ย 30 ปี คือ 322 มม. กล่าวคือ มีปริมาณมากกว่าเท่าตัว

นายชัชชาติกล่าวว่า คงเป็นผลจากลานินญ่า ผลจากสภาวะโลกร้อนมาแล้ว ในอนาคตคงต้องเยอะอย่างนี้ไปตลอด ยุทธศาสตร์รับมือต้องปรับ อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำฝนปีนี้ สำหรับเดือนกันยายน ยังไม่ได้สูงสุดในประวัติศาสตร์
“สูงสุดในประวัติศาสตร์คือปี 55 เดือนกันยายน อยู่ที่ 847 มม. แต่ผมเชื่อว่าจะทะลุ (หัวเราะ) เพราะจำนวนนั้นคือทั้งเดือน เมื่อคืนตกด้วย ตอนนี้น่าจะ 800 แล้วเดี๋ยวลองลุ้นกันว่า เดือนนี้จะทุบสถิติของ 10 ปีไหม แต่เราก็ลุยเต็มที่” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมถนนวิภาวดีรังสิตวานนี้ กรมทางหลวงมาช่วยเคลียร์ให้แล้ว ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
นายอรรถเศรษฐ์กล่าวเสริมว่า อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเช้านี้พบว่าน้ำยังไปที่สถานีสุทธิสารไม่ค่อยดีนัก
นายชัชชาติตอบว่า ‘ไม่เป็นไร เดี๋ยวประสานกัน’ วันนี้ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวอีสานและภาคกลาง รวมถึงภาคเหนือตอนล่าง เพราะต้องเตรียมรับมือแล้ว

