‘ชัชชาติ’ ให้กรมชลฯ ตัดสินใจ หลังเห็นต่าง ทำอุโมงค์หรือคันน้ำ-ขอ เรืออย่าแล่นเร็วกลัวเขื่อนพัง เจ้าพระยายังเอาอยู่ แต่เปราะบาง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่อาคารสมาคมประกันวินาศภัยไทย เขตพระโขนง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีน้ำเหนือไหลผ่านที่สถานีบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 3,409 ลบ.ม./วินาที ซึ่งพื้นที่กรุงเทพฯ รองรับน้ำไหลผ่านสูงสุด 3,500 ลบ.ม./วินาทีเท่านั้น
นายชัชชาติกล่าวว่า จากการรายงาน เมื่อเช้าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น 20 ซม. แต่ยังอยู่ในสภาวะที่รับมือได้ เพราะจากการตรวจสอบยังมีพื้นที่รับน้ำเหลืออีกประมาณ 1 เมตร ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือกับกรมเจ้าท่า เพราะเมื่อปีก่อนมีเรือแล่นเร็วทำให้เกิดคลื่นปะทะกับเขื่อน เกิดความเสียหาย จึงได้สั่งการให้เฝ้าระวังทุกจุด เพราะกำลังอยู่ในจุดเปราะบางที่สุด คือเรื่องน้ำเหนือไหลลงมา ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนสูงสุดในวันที่ 7-10 ตุลาคมนี้

ส่วนกรณีที่ กทม.เสนอแผนทำอุโมงค์ทางด่วนน้ำ ด้านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องรอสรุปความชัดเจนอีกครั้ง เพราะ กทม.กับกรมชลประทาน มีแนวทางเสนอต่างกัน
“คือ กทม.เสนอทำอุโมงค์ทางด่วนน้ำในเขตลาดกระบัง จากคลองลำปลาทิว ไปออกที่คลองร้อยคิว ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เพราะน้ำจุดนี้ระบายออกยาก สูบน้ำออกทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตไม่ได้ เพราะติดพื้นที่เกษตรกร หากจะสูบน้ำลงมาทางใต้สู่คลองสำโรง น้ำก็เท้อ จึงจำเป็นต้องระบายออกคลองพระโขนง”
ส่วนกรมชลประทาน เสนอทำคันกั้นเสริมตลอดคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ไปถึงบางเสาธง ดังนั้น ต้องรอผลสรุปอีกครั้ง เพราะการก่อสร้างอยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องให้กรมชลประทานเป็นผู้ตัดสินใจว่าแบบไหนเหมาะสม” นายชัชชาติกล่าว และว่า
ไม่ว่าแบบใด ก็คือทางด่วนน้ำเหมือนกัน ตามเกณฑ์ต้องสูบน้ำได้อย่างน้อย 50 ลบ.ม./วินาที อาจเป็นอุโมงค์หรือคลองส่งน้ำก็ได้

