1 ม.ค.66 ขึ้นแน่! ‘ชัชชาติ’ เจรจาสุดทางปมเพิ่มค่าบีทีเอส ยัน หนี้จ่ายแน่แต่ขอทำตามกฎ กลัวโดนย้อนเช็คบิล

1.12.22 | 16:41 น.

1 ม.ค.66 ขึ้นแน่ ‘ชัชชาติ’ เจรจาชะลอขึ้นค่าบีทีเอสสุดทางแล้ว ยืนยันจ่ายหนี้แน่นอน แต่ต้องทำตามกฎหมายให้ครบ หวั่นโดนเช็คบิลย้อนหลัง

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 1 ธันวาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 12/2565 กรณีการประกาศปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ในส่วนเส้นทางตามสัมปทาน ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2566

อ่านข่าว : คนกรุงอ่วม ‘บีทีเอส’​ ปรับค่าโดยสารสายสุขุมวิท-สีลม เพิ่มอีก 1-3 บาท มีผล 1 ม.ค.66

นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นไปตามสัญญาสัมปทานอยู่แล้ว เพราะมีโอกาสปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ที่ผ่านมา กทม.มีการเจรจาให้ชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารมา 2 เดือนแล้ว ซึ่งจะเป็นการขึ้นค่าโดยสารพร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

“ต้องบอกว่าเป็นสัญญาที่มีโอกาสปรับขึ้นค่าโดยสาร ตามกรอบที่ทำสัญญาไว้ล่วงหน้า ถือเป็นสิทธิของเอกชน เท่าที่ฟังมามีการเจรจาได้เพียงแค่ชะลอให้เลื่อนออกมา ซึ่งได้เพียงแค่ 2 เดือน จนมาถึงการประกาศปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารในครั้งนี้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ถือเป็นข้อผูกพัน โดยตามรูปแบบสัญญาสัมปทาน อย่างมากทำได้เพียงแค่ขอความร่วมมือ หากเอกชนไม่ตกลง กทม.ก็ไม่สามารถมีอำนาจสั่งให้บีทีเอสชะลอการปรับอัตราค่าโดยสารไปมากกว่านี้ได้

Advertisement

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นว่าการปรับอัตราค่าโดยสารของบีทีเอสครั้งนี้ ตรงกับช่วงที่ออกวิดีโอโฆษณาทวงหนี้ภาครัฐ จะเป็นเครื่องมือต่อรองในการทวงหนี้ส่วนต่อขยายหรือไม่ ?

นายชัชชาติกล่าวว่า รายได้ของบีทีเอสขึ้นอยู่กับจำนวนของผู้โดยสาร โดยส่วนต่อขยายที่ 2 มีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยได้ค่าแรกเข้าเป็นหลัก 1,000 ล้านบาท หากนำผู้โดยสารเข้าระบบ 100,000 คน ถ้าคิด 10 บาทต่อคน ก็เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการได้ประโยชน์บางส่วนจากการเดินรถ คงต้องมีการเจรจาการชำระหนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าง่ายคงจ่ายไปตั้งแต่ 3-4 ปีแล้ว เพราะมีปัญหาทางด้านเทคนิค

“เราเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเอาเงิน กทม.มาจ่ายเลย ก็เป็นไปได้ยาก เพราะต้องผ่านระบบงบประมาณ ผ่านการอนุมัติของสภา กทม. ซึ่งก็พยายามทำให้ดีที่สุด และหาจุดที่จะทำอย่างไรให้ไปด้วยกันได้ทั้งคู่” นายชัชชาติกล่าว และว่า

ยืนยันว่าการจะจ่ายเงินของ กทม.ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย 100% เพราะมีตัวอย่างให้เห็นหลายกรณีแล้ว ที่สุดท้ายโดนเช็คบิลย้อนหลัง ที่สำคัญเงินจำนวนนี้เป็นเงินภาษีของประชาชน ถือว่าเป็นบทเรียนว่าบางอย่างหากทำให้ครบถ้วนก็จะง่ายกว่าเยอะ ดีกว่าทำเร็วแต่อาจจะมีปัญหาตามมาในระยะยาว จึงต้องทำด้วยความรอบคอบ ทั้งนี้ ไม่มีเจตนาแกล้งใคร แต่อย่างที่บอก พอมีปัญหาเรื่องข้อกำหนด ข้อระเบียบราชการ จึงมีกฎที่ต้องทำตาม