สผ.  แถลง ความมุ่งมั่นร่วม ประชาคมโลก อนุรักษ์ ฟื้นฟู  ความหลากหลายทางชีวภาพ

สผ.  แถลง ความมุ่งมั่นร่วม ประชาคมโลก อนุรักษ์ ฟื้นฟู  ความหลากหลายทางชีวภาพ

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดย ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการ สผ. หัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้กล่าวถ้อยแถลงในระหว่างการประชุมระดับสูง (High-Level Segment) ของการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 15 (CBD COP 15) ช่วงที่ 2 เมื่อวันที่ 15-17 ธันวาคม 2565 ณ นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกับประชาคมโลก ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งในรูปแบบพหุภาคีและทวิภาคี เพื่อสนับสนุนกลไกทางการเงิน เทคโนโลยี และการเสริมสร้างสมรรถนะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินการเพื่อหยุดยั้งการสูญเสีย

ความหลากหลายทางชีวภาพและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ได้ภายในปี 2030 และจะส่งผลให้ประชาคมโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กับการมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ภายในปี ค.ศ. 2050 ตามกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลกหลังปี ค.ศ. 2020 (Post-2020 Global Biodiversity Framework: Post-2020 GBF)

Advertisement

ปัจจุบันประเทศไทย โดย สผ. อยู่ระหว่างยกร่างแผนจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ ฉบับที่ 5 ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี BCG model และกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลกหลังปี ค.ศ. 2020 มุ่งเน้นการดำเนินงานรองรับร่างพระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ การเพิ่มพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง การสนับสนุนการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรม การส่งเสริมกิจกรรมและวิธีปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

การประชุมระดับสูงในครั้งนี้ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ ซึ่งได้เน้นย้ำความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม (transformative change) และนาย Huang Runqiu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะประธานการประชุม CBD COP 15 กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนที่เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย รัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกว่า 140 ประเทศ เอกอัครราชทูต และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรระหว่างประเทศกว่า 60 คน ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการดำเนินงานตามกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลกหลังปี ค.ศ. 2020 ซึ่งจะเป็นแผนการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกต่อจากแผนกลยุทธ์ความความหลากหลายทางชีวภาพและเป้าหมายไอจิที่สิ้นสุดลงเมื่อปี ค.ศ. 2020 โดยกรอบงานดังกล่าวมุ่งเน้น

1. การเพิ่มพื้นที่คุ้มครองหรือพื้นที่ที่มีมาตรการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
การฟื้นฟู และการลดปัจจัยด้านลบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ
2. การใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศเพื่อประโยชน์ของมนุษย์ บรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดการแพร่ของโรคระบาด ฯลฯ
3. การแบ่งปันผลประโยชน์ทั้งในรูปแบบตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ที่มาจากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรม
และการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
4. การเพิ่มทรัพยากรทางการเงินจากทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image