‘ส.ก.พระโขนง’ จี้ถามความคืบหน้า อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน-สะพานข้ามคลองเคล็ดทรุด – รองผู้ว่าฯ เรียกแจงเหตุการณ์ ผู้รับเหมาคาด ก่อสร้างแล้วเสร็จ มิ.ย. 68
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 มกราคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ ขอสภากทม. ‘เพิ่มวงเงินหนี้’ เช่าที่ สนง.เขตคลองเตย ตั้งงบไว้ไม่พอ การท่าเรือขอขึ้น

ในตอนหนึ่ง นายสราวุธ อนันต์ชล ส.ก.เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ได้ยื่นกระทู้ถามสด เรื่องการแก้ไขปัญหาอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนทรุดตัวในพื้นที่เขตพระโขนง เนื่องจากสะพานข้ามคลองเคล็ดในพื้นที่เขตพระโขนง เกิดการทรุดตัวเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากน้ำใต้ดินพัดทรายเข้าอาคารรับน้ำและไหลเข้าอุโมงค์ระบายน้ำดังกล่าว จนทำให้ชั้นดินด้านบนทรุดตัว ส่งผลให้เสาเข็มสะพานคลองเคล็ดทรุดตัวพังลงมาและถนนมีการทรุดตัวเป็นระยะทางหลายสิบเมตร ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนในการสัญจร และวิตกกังวลเป็นอย่างมากว่าถนนที่ใช้งานมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวเพิ่ม ดังนั้นจึงขอให้ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและจะแก้ไขปัญหาอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนและสะพานคลองเคล็ดแล้วเสร็จเมื่อใด

ด้าน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงความคืบหน้าโครงการ ว่า กทม.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยได้เรียกผู้รับจ้าง และที่ปรึกษาโครงการ เข้ามาให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสำนักการระบายน้ำ พบว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ผู้รับจ้างได้ทำการขุดเจาะอุโมงค์ได้ตลอดความยาวของโครงการแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการทำความสะอาดอุโมงค์

“วันเกิดเหตุระหว่างการทำความสะอาดปล่องเพื่อก่อสร้างผนังคอนกรีตหน้าอุโมงค์ ผู้รับจ้างพบน้ำซึมด้านล่างรอยต่อระหว่างปล่องรับน้ำ S3 (คลองเคล็ด) กับอุโมงค์ ผู้รับจ้างจึงได้เสนอวิธีการยิงวัสดุอุด PU โฟมให้แข็งตัวเพื่อให้การซึมของน้ำลดลง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการติดตั้งเหล็กเสริม เพื่อเทคอนกรีตผนังคอนกรีตหน้าอุโมงค์ ซึ่งวิธีการยิงวัสดุอุด PU โฟม ดังกล่าวเป็นวิธีการที่เคยทำสำเร็จมาแล้วจากปล่องรับน้ำ S6(สุขุมวิท 101/1) ที่มีสถานการณ์การรั่วซึมเช่นเดียวกับปล่องรับน้ำ S3 และใช้เวลาแก้ไขใกล้เคียงกัน หลังจากการยิงวัสดุอุด PU โฟม การซึมของน้ำลดลง
ต่อมาในวันเดียวกันเกิดเหตุน้ำทะลักเข้าภายในปล่องกระทันหัน ทำให้อุโมงค์ทรุดตัวเป็นแนวยาวประมาณ 100 เมตร ส่งผลกระทบต่อผิวทาง สะพาน และสิ่งปลูกสร้างในบริเวณใกล้เคียง” นายวิศณุชี้

นายวิศณุกล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักการระบายน้ำ ได้ขอให้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ร่วมพิจารณาการชี้แจงจากผู้รับจ้างและที่ปรึกษา
ทั้งนี้ วสท.ได้พิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว จึงมีความเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย และแม้จะเป็นเหตุสุดวิสัย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบโดยซ่อมแซมให้คืนดี หรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง เนื่องจากผู้รับจ้างยังไม่ได้ส่งมอบงานให้กับ กทม. อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2568



