‘ชัชชาติ’ เปิดห้องให้น้องลองนั่ง เล่าสาเหตุตั้งคำขวัญ ‘ทรงอย่างแบด’ ฟังปัญหาจากปากเด็ก สัญญา ‘จะปฏิรูปการศึกษา’

12.01.23 | 13:21 น.

ชัชชาติ ฟังเด็กเล่าปัญหา เปิดห้องให้น้องลองนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ เผยที่มา ตั้งคำขวัญคล้องเพลง ‘ทรงอย่างแบด’ พร้อมให้สัญญาปฏิรูปการศึกษา-คืนครูให้ น.ร.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 มกราคม ที่ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบโอวาทแก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ตาม โครงการเด็กดีศรี กทม. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 พร้อมทั้งเปิดห้องทำงานผู้ว่าฯกทม. ให้เด็กๆ เยี่ยมชม

นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับ กทม.สิ่งที่สำคัญและมีค่าที่สุดไม่ใช่ถนนหนทาง ตึกรามบ้านช่อง แต่คือน้องๆ เด็กๆ ทุกคน เพราะสุดท้ายแล้วพวกเราต้องมารับช่วงต่อในการดูแลเมืองต่อไป เด็กคือเจ้าของเมืองในอนาคต ฉะนั้น กทม.ต้องฟังน้องนักเรียน วันนี้จึงไม่ใช่การให้โอวาท แต่ต้องมาฟังน้องๆ ว่าอยากได้อะไร ถ้าเด็กมาฟังโอวาทอย่างเดียวแล้วเราไม่ฟังเด็ก สุดท้ายจะเดินไปด้วยกันไม่ได้ เชื่อว่าครูที่โรงเรียนให้โอวาททุกวัน ในเรื่องของระเบียบวินัย ความตรงต่อเวลา ความขยันหมั่นเพียร

นายชัชชาติได้กล่าวถึงคำขวัญวันเด็ก ปีนี้ว่า “เรียนอย่าแบด แซดอย่าบ่อย สู้อย่าถอย ค่อยๆ สร้างพลังใจ” พร้อมกับอธิบายคำขวัญ

Advertisement

เรียนอย่าแบด คือ การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ อาจจะมีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่ต้องเรียนหนังสือแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ไม่ใช่คนส่วนใหญ่เขาอาจจะเป็นคนโชคดี เราต้องดูหลักการ ต้องมีความรู้ติดตัว การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญต้องเอาใจใส่เรื่องการศึกษา แต่ถ้าใครเรียนเก่งหรือเรียนปานกลางก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยต้องเรียนให้ไม่แย่ เรียนให้ผ่าน ไม่สอบตก หาความรู้รอบตัว ทำกิจกรรม รู้จักเพื่อน ก็เป็นความรู้ที่หลากหลายและเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษามีส่วนสำคัญในการพัฒนาสร้างอาชีพให้ด้วย

แซดอย่าบ่อย คือ ความเศร้าโศกเสียใจความผิดหวังมีอยู่แล้ว ส่วนตัวก็มีแซด (เศร้า) เหมือนกัน แต่แซดแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อ มองโลกในแง่ดี มีสิ่งดีๆ อยู่รอบตัว ดูแลความรู้สึกเพื่อนๆ ดูแลซึ่งกันและกัน จะได้มีความสุขไปด้วยกัน แซดได้แต่อย่าบ่อย

สู้อย่าถอย คือ ความอุตสาหะเป็นเรื่องสำคัญ ในชีวิตไม่ได้มีอะไรมาง่ายๆ ต้องใช้ความพยายาม มีหลายคนบอกเด็กรุ่นใหม่ไม่มีความอดทน เราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีความอดทน สำเร็จได้ ล้มเหลวได้ อย่าไปกลัวความล้มเหลว ต้องลองผิดลองถูกเดินหน้าต่อไป มีความพยายามอดทน สร้างประสบการณ์

และสุดท้าย ค่อยๆ สร้างพลังใจ คือ พลังใจสำคัญที่สุด ถ้าใจเราไม่เข้มแข็ง ไม่มีใจในการเดินหน้าก็ไปต่อยาก ฉะนั้นต้องสร้างพลังใจ กทม.และผู้ใหญ่ทุกคนพร้อมช่วยน้องๆ ให้พลังใจ ถ้ามีปัญหาพูดคุยกับผู้ใหญ่ ขาดเหลืออะไรบอกพวกเรา ทุกคนอยากให้พวกเราก้าวต่อไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

“ขอให้วันเด็กปีนี้เป็นวันที่ดีสำหรับน้องๆ ทุกคน กทม.พร้อมที่จะเดินไปกับพวกเรา เด็กเป็นส่วนหนึ่งสำคัญของการพัฒนาเมือง” นายชัชชาติกล่าว

อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ ลั่น ให้โอวาทแต่ไม่ฟัง สุดท้ายพัง – ชวนเยาวรุ่นพิสูจน์ความอดทน สร้างพลังใจ เชื่อในอนาคต ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’

จากนัน นายชัชชาติได้เดินร่วมถ่ายรูปกับเด็กนักเรียนทั่วห้องประชุม ก่อนให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม

นายชัชชาติกล่าวว่า เด็กเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของ กทม. เพราะเด็กเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเมือง และต้องดูแลเมืองต่อไปในอนาคต ดังนั้น ต้องเตรียมโอกาส ให้เด็กได้แสดงศักยภาพของตนเอง กทม.จะเน้นในเรื่องของการศึกษาและสาธารณสุข เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว

“ถ้าคนยังไม่มีความรู้ ยังพัฒนาความสามารถไม่เต็มที่ โอกาสที่จะสร้างฐานะ สร้างรายได้ มีอาชีพ ก็ยาก ถ้าเรายังเจ็บป่วยก็จะติดอยู่ในวงจรความยากจน

ดังนั้น กทม.จึงให้ความสำคัญกับกิจกรรมวันเด็ก นอกจากมาให้คำขวัญแล้ว กทม.ยังอยากฟังเสียงของเด็กๆ ว่า ต้องการให้ กทม.พัฒนาด้านไหน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า สาเหตุที่ให้คำขวัญที่เกี่ยวข้องกับเพลง เพราะอยากให้น้องๆ สนใจ ซึ่งเป็นข้อความที่อยากจะบอกกับเด็กๆ อย่างง่ายๆ เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจทุกสิ่ง ทุกอย่างจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพราะปัจจุบันเด็กที่เป็นโรคซึมเศร้ามีเยอะ พวกเราจึงต้องดูแลความรู้สึกของเด็กๆ ต้องตั้งใจมีความมุมานะบากบั่น ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ บางครั้งก็เฟลบ้าง สำเร็จบ้าง โดยเฉพาะเรื่องเรียนเป็นสิ่งสำคัญทุกคนไม่ได้เป็นที่หนึ่ง เพราะที่หนึ่งมีคนเดียว คนที่เรียนระดับปานกลางหรือเด็กหลังห้อง แต่อย่างน้อยขอให้มีความรู้ และสนุกกับกิจกรรมด้วย

จากนั้นนายชัชชาติได้พาเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.6 สะท้อนปัญหา อยากให้ กทม.ปรับปรุงเรื่อง การเดินทางไปโรงเรียน ไม่อยากให้ผู้ปกครองเป็นภาระ อีกทั้งยังได้สอบถามความเป็นอยู่ในโรงเรียน อาทิ มีคอมพิวเตอร์ คุณภาพอาหารกลางวัน หนังสือเรียน คุณครูสอนดีหรือไม่

เมื่อถามว่ามีของขวัญให้เด็กในกรุงเทพฯหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า สัญญาว่าจะปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนให้ดีขึ้น เรื่องความปลอดภัยต่างๆ โดยวานนี้ทาง ส.ก.ได้สะท้อนปัญหาเรื่องลิฟต์โดยสารในโรงเรียน กทม.กว่า 20 แห่ง ที่ไม่ปลอดภัย ฝ่ายบริหารจะรีบเข้าไปแก้ปัญหาให้ ต่อมาอยากให้ครูอยู่กับเด็กให้มากขึ้น โดยมีการปรับปรุงการขอวิทยฐานะ มีบุคลากรฝ่ายธุรการมาช่วยครู ต่อมาการปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ ปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวัน เพิ่มลานกีฬา