ส.ก.ราชเทวี โวยที่ทิ้งขี้เลนลอกท่อไม่พอ ซ้ำตรวจงานลอกท่อนาน 4 เดือน ทำก่อสร้างล่าช้า วิศณุชี้ผู้ต้องขังใหม่ขาดความชำนาญ-อุปสรรคเยอะในช่วงแรก มีแผนเพิ่มจำนวนคน
เมื่อวันที่ 18 มกราคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ระเบียบวาระการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วมประชุมด้วย
ในตอนหนึ่ง นายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี พรรคก้าวไกล อภิปรายในกระทู้ถามสด เรื่อง การทิ้งเลนโคลนจากการลอกท่อและจากการตรวจงานจากการลอกท่อ ในพื้นที่เขตราชเทวี ว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ในพื้นที่เขต เกี่ยวกับปัญหาขี้เลน ดิน สิ่งปฏิกูล ขยะ ที่ถูกลอกโดยการลอกกันเอง เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลแต่ไม่มีที่ทิ้ง ซึ่งตนคิดว่าปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ ประชาชนจ้างกันมาลอกและเสียเงินกันเอง แต่ว่าหาที่ทิ้งไม่ได้

“ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ให้ฝ่ายบริหารไปสอบถามฝ่ายรักษา (ความสะอาดและสวนสาธารณะ) ของผม เพราะฝ่ายรักษาฯ ของผมน่ารัก ผมแค่อยากถามว่าในอนาคต มีแผนการแก้ไขการทิ้งขี้เลนที่บ้านรั้วบ้านหลังลอกอย่างไรบ้าง เขาสมควรจะไปทิ้งที่ไหน มีแผนจัดการตรงนี้อย่างไรบ้าง กรมราชทัณฑ์ที่สำนักระบายน้ำจ้างเหมาให้ลอกท่อแต่ละที่ เขาติดปัญหาการทิ้งขี้เลนเหมือนกัน เพราะการทิ้งของการลอกท่อทุกๆ ที่ ต้องไปทิ้งในบริเวณริมรั้วเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่ง ณ ขณะนี้ เกือบจะเต็มแล้ว รถที่ลอกเสร็จแล้วกว่าจะไปทิ้งที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ กว่าจะไปขุดลอก เสียเวลามาก การลอกท่อของกรมราชทัณฑ์มีทั้งหมด 14 ชุด กว่าจะลอกครบ กทม. ท่านผู้ว่าฯหมดวาระ หลาย 10 ปี หมดวาระแน่นอน” นายเอกกวินชี้

นายเอกกวินกล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ การตรวจสอบของสำนักระบายน้ำ ล่าช้ามากๆ ไซต์ก่อสร้างที่ราชเทวีแห่งหนึ่ง ลอกมาตั้งแต่เดือนตุลาคม เพิ่งตรวจงานเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ไม่ผ่าน เพราะเขาก่อสร้างอยู่ ดิน เศษหิน เศษปูนลงไปหมด เกิดผลกระทบคือต้องแบ่งงานแบ่งทีมจำนวนหนึ่งมาแก้ เพื่อให้สำนักระบายน้ำไปตรวจสอบแล้วก็ให้ผ่าน ตนถามว่าทำไมเขาลอกเสร็จคุณไม่ไปตรวจงานเลย ทำไมต้องทิ้งไว้ 4-5 เดือน และการลอกท่อ พอแบ่งชุด งานที่วางแผนไว้ก็ช้า ครั้งนี้ไม่ใช่ 10 ปี อาจจะ 20 ปีก็ได้ เพราะฉะนั้นผู้ว่าฯหมดวาระพอดีเหมือนกัน

จากนั้น นายเอกวินได้ถามต่อว่า โคลน ดินเลน ขยะ และสิ่งปฏิกูลที่ได้จากการลอกท่อโดยการจ้างเหมาของประชาชนเอง หรือลอกกันเอง ในอนาคตมีแผนจะจัดสรรที่ให้พี่น้องประชาชนอย่างไร ?

โดย นายชัชชาติ ได้ให้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. เป็นผู้ชี้แจง แต่เนื่องจากนายวิศณุ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าขอให้ขึ้นคำถามที่ 1 อีกครั้ง เนื่องจากเอกสารของตนที่ได้รับไม่ตรงกับเรื่องที่จะชี้แจง จึงยังไม่สามารถตอบกระทู้ถามสดได้ทันที ต่อมานายชัชชาติจึงได้แจ้งต่อที่ประชุมให้เปลี่ยนผู้ตอบกระทู้ถามสดเป็น นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ที่เกี่ยวข้องกับสำนักสิ่งแวดล้อม ให้ชี้แจงต่อที่ประชุมแทน

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ความจริงแล้ว เรื่องการนำดินเลนที่เอกชนไปทิ้ง กทม.ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้ แต่อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ถ้าเกิดมีกรณีประชาชนลอกกันเอง สามารถประสานไปที่สำนักสิ่งแวดล้อมได้ แต่สำนักสิ่งแวดล้อมก็จะกำหนดที่ทิ้งให้ บริเวณหัวกองทั้ง 3 แห่งของสำนักสิ่งแวดล้อมเอง ก็มีที่บริเวณที่พอจะนำไปทิ้งให้ได้ และบริเวณดังกล่าวเราก็มีการปลูกต้นไม้อยู่ ดินเลนก็สามารถนำไปปลูกต้นไม้ได้เหมือนกัน
ด้าน นายเอกกวินกล่าวต่อว่า ที่รองจักกพันธุ์พูดถึงนั้น ทางสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งตนไม่บอกชื่อเจ้าหน้าที่ ยังโทรหาเขตตนว่ามีที่ทิ้งที่ไหนบ้าง เขตมีที่ทิ้งไหม เพราะสำนักสิ่งแวดล้อมไม่มีที่ทิ้ง ตนว่าท่านรองผู้ว่าฯลองไปคุยกับทางสำนักสิ่งแวดล้อมก่อน
จากนั้น นายเอกกวิน ถามคำถามที่ 2 คือ โคลน ดินเลน ขยะ และสิ่งปฏิกูลที่ กทม.ได้ว่าจ้างกรมราชทัณฑ์ และกรมราชทัณฑ์ได้นำไปทิ้งในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ณ ขณะนี้ที่ทิ้งได้เกือบจะเต็มแล้ว กทม.มีแผนจัดหาที่ทิ้งเพิ่มหรือมีการแก้ไขอย่างไร ?
นายวิศณุ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การติดตามรับจ้างเหมาทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ของที่ทำกับกรมราชทัณฑ์ หรือรับจ้างเหมาเอกชนก็แล้วแต่ ความรับผิดชอบในการขนทิ้งโคลนดินเลน และสิ่งปฏิกูลที่ได้จากการลอกท่อนั้น เป็นความรับผิดชอบของ ‘ผู้รับจ้าง’ โดยตรง
กรณี กรมราชทัณฑ์ปัจจุบันดำเนินการ 14 เรือนจำ และจะมีแผนเพิ่มอีก 5 เรือนจำ เป็น 19 เรือนจำ ขณะเดียวกัน กทม.ยังไม่มีแผนดำเนินการจัดหาที่ทิ้งและงบประมาณจัดการเพื่อรองรับสัญญาจ้างเหล่านี้ ยกเว้นว่า เราได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าของที่ดินเปล่าที่ให้ความยินยอมทิ้งโคลนดินเลน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับทางราชการ เราก็จะแจ้งให้ทราบ

จากนั้น นายเอกกวิน ถามคำถามที่ 3 ว่า กทม.ได้มีการตรวจงานของกรมราชทัณฑ์ เมื่อลอกท่อเสร็จอย่างไร เหตุใดจึงเกิดความล่าช้า ส่งผลประทบต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วม จะมีวิธีการปรับปรุงดำเนินการอย่างไร ?
นายวิศณุชี้แจงว่า ในทุกสัญญาของกรมราชทัณฑ์ กทม.จะมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมงาน ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานกับผู้รับจ้าง และรายงานผลการปฏิบัติงานให้ทราบทุกสัปดาห์
“แต่เราจะมีการตรวจรับงานเมื่อสิ้นสุดสัญญา คือทำงานให้ครบก่อนแล้วจึงตรวจรับงานได้ ซึ่งเหตุของความล่าช้าในการดำเนินการในช่วงแรก อาจเกิดจากความชำนาญของผู้ต้องขังใหม่ ซึ่งรับงานจ้างเป็นปีแรก และเว้นการจ้างมาตั้งแต่ปี 2560 และเกิดอุปสรรคที่เราตรวจพบในบ่อและท่อระบายจำนวนมาก พวกเศษวัสดุก่อสร้างทั้งหลาย ทำให้ใช้ระยะเวลามากในการทำงานแต่ละครั้ง แต่ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ก็ได้ทำงานรวดเร็วขึ้นมาก ทำงานแล้วเสร็จได้ตามสัญญา และจะมีแผนงานที่เพิ่ม จำนวนผู้ต้องขัง จาก 14 เรือนจำ เป็น 19 เรือนจำ ทุกสัญญาก็คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมปีนี้” นายวิศณุกล่าว


