ส.ก.ยานนาวา คาใจ กทม.แก้ PM 2.5 หรือแก้ตัว เทียบ ‘ไต้หวัน’ เปลี่ยนรถเมล์ทุก 7 ปี ไทยใช้ 7 ชั่วโคตร ยันลูกโต

‘สภากทม.’ ตั้ง คกก.แก้มลพิษ หลัง ส.ก.ยานนาวา ถามผู้ว่าฯ ทำอะไรเรื่อง PM 2.5 บ้าง ยก ‘ไต้หวัน’ เปลี่ยนรถเมล์ทุก 7 ปี แต่กทม.ใช้มา 7 อายุคน ยันลูกโต

เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2566 และมีนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วมประชุมด้วย

 

ในตอนหนึ่ง นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.ยานนาวา พรรคก้าวไกล เสนอเรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากยานพาหนะการก่อสร้างและอื่นๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ว่า เนื่องด้วยปัญหามลภาวะมลพิษใน กทม. ที่เกิดมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณถนนที่มีปริมาณมลพิษสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ

Advertisement

จากข้อมูลตรวจสภาพอากาศ กทม.พบว่าบริเวณที่มีเส้นทางการจราจรหนาแน่นจะมีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐาน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นมากที่สุด คือ ยานพาหนะที่สัญจรตามท้องถนน คิดเป็นร้อยละ 40 ของทั้งหมด ที่ผ่านมา กทม. ได้มีมาตรการควบคุม และแก้ไขมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการตรวจจับรถยนต์ที่มีควันดำเกินมาตรฐาน และตรวจวัดควันดำจากรถโดยสารประจำทาง ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และการรณรงค์ขอความร่วมมือประชาชน และมาตรการอื่นๆ แต่ยังมีปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จึงควรมีการศึกษาปัจจัยปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดความร่วมมือทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น จึงขอให้ สภา กทม.ตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาและป้องกันมลพิษจากยานพาหนะและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ

 

“กทม.ควรจะนำร่องเรื่องการใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอันดับแรก โดยเน้นไปทางรถขนส่งสาธารณะ หรืออาจเป็นรถของส่วนงานของ กทม.ก่อนเลย ในปี 2564 กทม.มีคุณภาพอากาศดีสีเขียว 90 วัน ส่วนใหญ่คุณภาพปานกลาง สีส้ม 202 วัน และสีแดง 12 วัน” นายพุทธิพัชร์ชี้

นายพุทธิพัชร์กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่างที่เอาจริงเอาจัง อย่าง ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่ควบคุมมลพิษ มีการออกกฎหมายมาตรการการปล่อยมลพิษรถยนต์ รถยนต์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานขับเข้าพื้นที่ควบคุม จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงใจกลางมหานครย่านธุรกิจ เช่นของไทย อาจจะเป็น ย่านทองหล่อ เอกมัย หรือโซนรัชดา รถจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเป็นเหมือนค่าปรับที่อาจจะทำรถติด หรือเป็นการปล่อยมลพิษที่ไม่ได้มาตรฐาน อีกตัวอย่างคือไต้หวัน ที่รถเมล์ของเขาจะมีการเปลี่ยนตามกฎหมายทุกๆ 7 ปี

 

“เราลองกลับหันมามองที่ กทม.รถที่วิ่งอยู่ตามท้องถนน เท่าที่ผมเห็นก็ประมาณ 7 อายุคน ตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นปู่รุ่นย่า จนทุกวันนี้ลูกผมโตแล้ว ก็ยังรถคันเดิม การสันดาปก็ยังเกิดขึ้น การปล่อยมลพิษก็ยังเกิดขึ้น แต่ผมไม่เข้าใจวิธีแก้ปัญหาของคนไทย คือเปลี่ยนจากสันดาปไปติดแก๊ซ ก็ยังมีการบีบอัดปล่อยมลพิษบนชั้นอากาศโอโซนและชั้นอากาศอยู่ดี

การแก้ปัญหา PM 2.5 ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เป็นการแก้ตัว ที่ผ่านมา กทม.ทำอะไรกับเรื่อง PM 2.5 ยกตัวอย่างให้ฟัง ขอความร่วมมือ Work from home ประสานตำรวจตรวจกวดขันไม่ให้รถบรรทุกวิ่งใน กทม.ชั้นใน 6.00-22.00 น. แต่รถบรรทุกขยะของ กทม. Euro3 ผมถามว่าเมื่อไหร่ กทม.จะเป็นต้นแบบให้ประชาชนในการเปลี่ยนรถของ กทม.ก่อนเลยเป็นอันดับแรก เป็น EV ไม่ใช่สันดาป” นายพุทธิพัชร์ กล่าว

นายพุทธิพัชร์ กล่าวอีกว่า ปัญหามลพิษ ฝุ่นละออง ส่งผลกระทบต่อชีวิตเด็กและเยาวชน ซึ่งในอนาคตจะทำให้ประเทศเราก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ เพื่อให้กรุงเทพมหานครมีอากาศที่ดีสำหรับคนทุกคน กทม.จึงควรแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัณห์สิทธิ์ เนาถาวร ส.ก.เขตวัฒนา พรรคก้าวไกล ได้ร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนในญัตตินี้ด้วย

ในช่วงท้าย ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากยานพาหนะการก่อสร้างและอื่นๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 16 ท่าน กำหนดระยะเวลาในการศึกษา 60 วัน

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image