‘ชัชชาติ’ ฝากร่วมมือ ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ วันฝุ่นพุ่ง ถกด่วน ‘กรมควบคุมมลพิษ’ ตั้งเป้าปีนี้ลด PM 2.5 30%

24.01.23 | 18:41 น.

‘ชัชชาติ’ ถกด่วนร่วม ‘กรมควบคุมมลพิษ’ ตั้งเป้าปีนี้ลด PM 2.5 30% ฝากร่วมมือ ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ วันฝุ่นพุ่ง เฝ้าระวัง 26-27 ม.ค.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 มกราคม ที่ศูนย์ข้อมูลควบคุมคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยหลังการประชุมด่วนร่วมกัน ถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่สูงขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายชัชชาติกล่าวว่า อย่าสับสนระหว่างค่า PM 2.5 ผ่านแอพพลิเคชั่น AirBKK และ Air4Thai กับค่า AQI ผ่านแอพพ์ AirVisaul เพราะวัดไม่เหมือนกัน ค่า AQI จะมีการนำตัวชี้วัดคุณภาพอากาศตัวอื่นมารวมด้วย โดย กทม. เน้นวัดค่า PM 2.5 ในรอบ 24 ชม. แม้ว่าวันนี้ตอนเช้าจะมีค่าฝุ่นสูง แต่ช่วงสายเป็นต้นไปค่าฝุ่นลดลง เพราะเพดานอากาศยกตัวสูงขึ้น และมีแรงลมมากขึ้น

“กทม.พยายามควบคุมการเกิดฝุ่น PM 2.5 การเผาชีวมวล มีการมอนิเตอร์จุดฮอตสปอตในพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ตลอด ถ้าตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่จะเข้าไปควบคุมให้หยุดการเผาทันที รวมถึงการทำหนังสือส่งไปจังหวัดข้างเคียงให้ช่วยควบคุมการเผา พร้อมกับขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย อีกทั้งเพิ่มการตรวจควันดำ รวมถึงการตรวจแพลนท์ปูน ไซต์ก่อสร้าง ซึ่งทางรัฐบาลจะมีการปรับคุณภาพน้ำมันดีเซลให้เป็นมาตรฐานยูโร 5 ภายในมกราคม 2567 รวมถึงจะมีการปรับค่าฝุ่น PM2.5 ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จากเดิมค่าฝุ่น อยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) ให้เป็น 37.5 มคก./ลบ.ม. เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว” นายชัชชาติกล่าว

 

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจากการพยากรณ์ค่าฝุ่นล่วงหน้าในวันที่ค่าฝุ่นสูง ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้บริการรถสาธารณะ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดกิจกรรมการก่อสร้าง การให้ทำงานที่บ้าน (เวิร์กฟรอมโฮม) ที่ค่าฝุ่นตั้งแต่ 50 มคก./ลบ.ม. ส่วนระดับ 75 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป จะมีการขอความร่วมมือให้เข้มข้นขึ้น รวมถึงจำกัดการใช้รถยนต์

“การกลับไปเวิร์กฟรอมโฮม ไม่ใช่เรื่องยาก ทุกคนมีประสบการณ์อยู่แล้ว มีความคุ้นเคย การขอความร่วมมือไปเชื่อว่าน่าจะได้ และเป็นประโยชน์กับพนักงาน ไม่ต้องเอาสุขภาพมาเสี่ยง ตั้งเป้าไว้ 60%” นายชัชชาติกล่าว และว่า

ทั้งนี้ ต้องมีการป้องกันฝุ่นด้วยตนเอง ด้วยการสวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากากอนามัยก็ได้ ซึ่ง กทม.ได้มีการแจกหน้ากากให้กับคนกลุ่มเปราะบางด้วย ส่วนมาตรการระยะยาว เปลี่ยนการใช้รถยนต์ส่วนตัว เป็นการใช้รถสาธารณะ การใช้รถพลังงานสะอาด

สำหรับการพยากรณ์ค่าฝุ่นล่วงหน้าทำได้เพียง 7 วัน เพราะมีความแม่นยำสูง โดยวันที่ 26-27 มกราคมนี้ จะมีค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นอีก

ด้าน นายปิ่นสักก์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ทางกรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นให้มากที่สุด ซึ่งได้มีการประชุมระดับรัฐมนตรี 5 ประเทศในการลดฝุ่น โดยในปีที่แล้วตั้งเป้าให้ลดลง 20% แต่ลดได้เกินเป้าถึง 23% ส่วนในปีนี้มีการตั้งเป้าให้ลดลง 30%

“ส่วนเรื่องลดไฟป่า กรมได้ทำโครงการชิงเก็บลดเผา โดยจะมีการชิงเผาป่าก่อนตามหลักวิชาการ พร้อมตั้งวอร์รูม 77 จังหวัด ส่วนการลดเผาชีวมวลจะใช้วิธีสร้างรายได้จากการขายเศษชีวมวล รวมถึงการใช้น้ำมันที่มีกำมะถันต่ำ ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้แอพพ์ AirBKK และ Air4Thai ดูค่าฝุ่นเพื่อวางแผนการดำเนินชีวิตประจำวัน” นายปิ่นสักก์ระบุ

ด้าน นายศักดา ตรีเดช ผอ.ส่วนนวัตกรรมคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ กล่าวถึงสถานการณ์ที่ส่งผลทำให้ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในระยะนี้ว่า ชั้นบรรยากาศเปรียบเสมือนเพดานห้อง ทุกพื้นที่มีเพดานห้อง ถ้าเพดานห้องเตี้ยเวลาเกิดควันไฟในห้องะสำลักควันไฟก่อนห้องที่เพดานสูงกว่า ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญในการเกิดฝุ่น ถ้าอากาศจะดีได้ฝุ่นจะต้องลอยขึ้นในแนวตั้งฉาก ถ้ายิ่งเพดานสูงฝุ่นก็จะยิ่งลอยไปได้ไกลแต่ต้องมีลมช่วยพัด ด้วย

นายศักดากล่าวอีกว่า สถานการณ์ตอนนี้ของกรุงเทพฯ คือเพดานห้องเตี้ย หรือชั้นบรรยากาศต่ำกว่า 500 เมตร ทำให้ฝุ่นกระจุกตัวหนาแน่น ประกอบกับความเร็วลมอ่อนจึงเจอฝุ่นขังอยู่ในพื้นที่ ทั้งนี้ สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ 7 วันเท่านั้น ว่าในพื้นที่จะมีเพดานเตี้ยหรือลมอ่อน โดยลักษณะเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ของกรุงเทพฯ ช่วงเย็นวันที่ 26 มกราคม ต่อเนื่องเช้าวันที่ 27 มกราคม ซึ่งส่งผลให้ค่าเฉลี่ยฝุ่นมีค่าสูงขึ้น