หนังสือคำสั่งย้ายอย่างเป็นทางการ ยังไม่ถึงมือ ‘หมอสุภัทร’ เผยเคยชี้แจงประเด็นบุกกรุงแล้ว

29.01.23 | 13:41 น.

หนังสือคำสั่งย้ายอย่างเป็นทางการ ยังไม่ถึงมือ ‘หมอสุภัทร’ เผยเคยชี้แจงประเด็นบุกกรุงแล้ว

ลั่นกลองรบกรณีคำสั่งย้ายหมอสุภัทร ที่ภาคประชาชนมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการตัวเล็กๆ พร้อมผนึกกำลังร่วมเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศขับเคลื่อนกดดันให้ทบทวนคำสั่งทั้งในระดับพื้นที่และบุกกระทรวงสาธารณสุข บรรจง นะแส ฟันธงกลั่นแกล้งร้อยเปอร์เซ็นต์เรียกร้องนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาโดยให้รักษาการ 2 รพ.เช่นเดียวกับ ผอ.รพ.อีกหลายคน ในขณะที่หมอสุภัทรยืนยันประเด็นเรื่องเอทีเค ที่ถูกร้องนั้นได้ชี้แจงกรรมาธิการ สธ.ไปหมดแล้วตั้งแต่ปี 2564 แต่เมื่อปี 2565 ได้เรียกชี้แจงอีกในประเด็นเดิม ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งเลื่อนไปเนื่องจากติดภารกิจ

รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 29 มกราคมนี้ กรณีคำสั่งย้ายนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลาไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา มีผลตั้งแต่ 25 มกราคม ยังคงเป็นประเด็นที่ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนรวมถึงตัวแทนชาวจะนะบางส่วน แสดงออกว่าไม่มีความเป็นธรรมและเป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการตัวเล็กๆ และร่วมกันทำกิจกรรมในการขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนคำสั่ง โดยในสัปดาห์นี้มีกำหนดที่จะร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศ แสดงพลังคัดค้านคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมทั้งในจังหวัดสงขลาและหน้ากระทรวงสาธารณสุข

นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย ระบุว่า แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรวมถึงผู้ตรวจราชการที่ลงนามในคำสั่งย้ายหมอสุภัทรจะออกมาชี้แจงยืนยันเป็นการย้ายตามปกติไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง ซึ่งฟังไม่ขึ้น แม้ในทางนิตินัยจะถูกต้องแต่ในทางพฤตินัยนั้นชัดเจนว่าเป็นการกลั่งแกล้งกัน หมอที่มีผลงานดี ไม่เคยเปิดคลินิก ทำงานร่วมกับชุมชนมาตลอด ควรจะได้รับการอำนวยความสะดวกให้ทำงาน ไม่ใช่ถูกรังแก ด้วยการย้ายไปไกลมากขึ้นกว่าเดิมต้องเดินทางไปร้อยกิโลเมตร ยืนยันว่าหมอถูกย้ายได้แต่ไม่ใช่ย้ายเพราะถูกกลั่นแกล้งที่ชัดเจนเช่นนี้ มองว่าวันนี้สังคมจะไม่ปล่อยให้นักการเมืองมารังแกข้าราชการ และน่าจะใช้กรณีหมอสุภัทรเป็นกรณีตัวอย่าง ที่จะทำให้สังคมลุกขึ้นมาตรวจสอบหน่วยงานรัฐ และนักการเมืองต้องโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ข้าราชการดีๆ ต้องได้รับการดูแลจากสังคมไม่ใช่ให้นักการเมืองมารังแก

ทั้งนี้ มองว่านายกรัฐมนตรีควรจะพิจารณาปัญหาแล้วยื่นมือเข้ามาแก้ไข โดยในจังหวัดสงขลามีผู้อำนวยการโรงพยาบาลอย่างน้อย 3 ท่านที่ดูแล โรงพยาบาล 2 แห่ง แต่เหตุใดหมอสุภัทรจึงทำเช่นนั้นไม่ได้และปัญหาที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อย หากให้รองผู้อำนวยการที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว รู้ปัญหาดีอยู่แล้วเป็นผู้แก้ปัญหาจะตรงจุดกว่าหรือไม่

โดยล่าสุดนั้นคำสั่งที่เป็นหนังสือราชการอย่างเป็นทางการยังมาไม่ถึง นายแพทย์สุภัทรแต่อย่างใด

Advertisement

“การชี้แจงของรัฐมนตรี ของปลัดกระทรวง แม้ยืนยันไม่ได้กลั่นแกล้ง ย้ายเพราะเป็นคนเก่งไปพัฒนา รพ.สะบ้าย้อย แต่ก็ฟังไม่ขึ้น ถามว่าถ้าผู้ตรวจราชการกระทรวงฯมีอำนาจ ถามว่าผู้ตรวจราชการคนที่แล้วคุณย้ายเขาออกไป เพราะเขาไม่ยอมรับโจทย์คุณใช่ไหม วันนี้อย่าแถเลย คุณบอกว่ามีคณะกรรมการในการพิจารณา แต่วันนี้คำสั่งยังไม่ถึงหมอสุภัทร คุณกำลังทำอะไรกันอยู่ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจะต้องเจอกับพลังประชาชนและพลังผู้ที่รักความถูกต้อง” นายบรรจงกล่าว

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ กล่าวว่า ในส่วนของความพยายามที่จะบอกว่าตนกลัวเรื่องการตรวจสอบนั้น ประเด็นในเรื่องของเอทีเคนั้น คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญชมรมแพทย์ชนบทไปชี้แจงกรณีแพทย์ชนบทบุกกรุงแล้วกล่าวหาว่าจัดซื้อเอทีเคแพง และค่อนไปทางทุจริตหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้กรรมาธิการฯเคยเชิญชมรมแพทย์ชนบทไปชี้แจงแล้ว ทั้งชมรมแพทย์ชนบท และตนเอง รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.ได้เข้าชี้แจงแล้วในปี 2564 เรื่องนี้จบไปแล้ว ซึ่งเราได้ตอบคำถามข้อสงสัยจบไปแล้ว

ต่อมาในปี 2565 ช่วงปลายปีทางกรรมาธิการสาธารณสุขซึ่งประธานคือ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย มีหนังสือมาเชิญอีกให้ไปชี้แจงในเรื่องเดิม เรื่องเดียวกัน ซึ่งขณะนั้นตนติดภารกิจจึงได้ทำหนังสือแจ้งเลื่อนไปก็เลยยังไม่ได้ไปชี้แจง ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกันชี้แจงไปแล้ว กรณีแพทย์ชนบทบุกกรุงนั้น เป็นการดำเนินการ เรื่องเงินบริจาคและเป็นการใช้ทรัพยากรของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ที่เข้าร่วมบุกกรุง นำทรัพยากรของโรงพยาบาลของตัวเองขึ้นไปเอง ไม่ว่าจะเป็นรถพยาบาล เจ้าหน้าที่ ชุด PPE ชุดตรวจเอทีเค ข้าวปลาอาหาร ไม่ให้เป็นภาระใคร ซึ่งตอนนั้นเอทีเคหายาก ราคาค่อนข้างสูง ซึ่ง ส.ส.ท่านนั้นก็กล่าวหาชมรมแพทย์ชนบทแล้วดูเหมือนมีอคติกับเรื่องนี้มาก ซึ่งการบุกกรุงของแพทย์ชนบท ได้ชี้แจงไปแล้ว กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.ก็ได้เข้าร่วมชี้แจงด้วย รายละเอียดการชี้แจงนั้นมีปรากฏในรายงานของกรรมาธิการแน่นอนอยู่แล้ว โดยจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งย้ายที่เป็นทางการแต่อย่างใด

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง