36 พื้นที่ทั่วกรุง ฝุ่น PM2.5 พุ่งเกินมาตรฐาน เตือนเริ่มกระทบสุขภาพ
เมื่อวันที่ 31 มกรารม ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 เวลา 05.00-07.00 น. ว่าตรวจวัดได้ 37-69 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 49.7 มคก./ลบ.ม.
ค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมีค่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 36 พื้นที่
ทั้งนี้ ณ เวลา 07.00 น. ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ได้ 40-69 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และพบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 36 พื้นที่ คือ
1.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 : มีค่าเท่ากับ 69 มคก./ลบ.ม.
2.เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.
3.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.

4.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.
5.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.
6.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.
7.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม.
8.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 : มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม.
9.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม.
10.เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ : มีค่าเท่ากับ 58 มคก./ลบ.ม.
11.เขตดินแดง ริมถนนวิภาวดีรังสิต : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม.
12.เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม.
13.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์ : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม.
14.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม.
15.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม.
16.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม.
17.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม.
18.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซอยลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม.
19.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
20.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
21.เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
22.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
23.เขตสายไหม ป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงานเขตสายไหม : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
24.เขตบางแค ภายในสำนักงานเขตบางแค : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
25.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
26.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
27.สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
28.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
29.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
30.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
31.เขตจอมทอง ภายในสำนักงานเขตจอมทอง : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
32.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
33.เขตบางบอน ใกล้ตลาดสุขสวัสดี : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
34.สวนหนองจอก เขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
35.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
และ 36.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง (คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อฝุ่น PM2.5 โดยสภาพทางอุตุนิยมวิทยา) คาดว่าอัตราการระบายอากาศในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.66 จะไม่ดี เนื่องจากเพดานอากาศต่ำ เกิดสภาวะอากาศปิดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับช่วงวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นช่วงที่บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มค่อนข้างลดลงถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสลับกันในช่วงนี้
อีกทั้งความกดอากาศสูงจากจีนจะออกมานอกชายฝั่งทำให้ทิศของลมหนาวนั้นเปลี่ยนจากตะวันออกเฉียงเหนือมาเป็นตะวันออก ส่งผลให้จะมีการเริ่มพัดพาฝุ่นควันจากกัมพูชาเข้าสู่ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติของการเปลี่ยนผ่านไปยังฤดูร้อน ลมใต้จะทวีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ และวันนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า
ช่วงวันที่ 1-4 ก.พ.2566 พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่งและปิด โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯกลาง กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ (พื้นที่ท้ายลม)
จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียมจากหน่วยงาน NASA ไม่พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ขณะที่ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 31 มกราคม 2566 เวลา 07.00 น. พบว่าภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.น่าน จ.ลำปาง จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ จ.ลำพูน จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.สิงห์บุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.บึงกาฬ จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.ขอนแก่น และ จ.ชัยภูมิ
เมื่อแบ่งตามภาคพบว่า ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 32-79 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 30-90 มคก./ลบ.ม.
ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 27-76 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 30-46 มคก./ลบ.ม.
ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 15-30 มคก./ลบ.ม.
กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม.พบว่าเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 39-69 มคก./ลบ.ม.
คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป : ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ : ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์



