หมอดีเด่น แพทยสภา เชื่อ ย้ายหมอสุภัทร มีใบสั่งทางการเมือง
วันที่ 13 กุมภาพัน์ นพ.วัฒนา พารีศรี อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ แพทย์ดีเด่นแพทยสภาปี 2553 โพสต์ ในเพจ ชมรมแพทย์ชนบท ระบุ ย้าย สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.)นั้น เชื่อว่ามีใบสั่งการเมือง โดยมีรายละเอียดว่า
“สำหรับการสั่งย้ายคุณหมอสุภัทร ผมมีความเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่มีธรรมาภิบาลเลย และเป็นคำสั่งที่ไม่ปกติ แน่นอนว่าอาจจะถูกกฎหมาย ถูกระเบียบที่เขาสร้างขึ้นใหม่ แต่ไม่มีความชอบธรรม กรณีนี้ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของการสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอมาก่อน โดยปกติแล้วการสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอนั้น อันดับที่ 1 เราต้องสมัครใจขอย้าย อันดับที่ 2 ปกติแล้วเวลาผู้บริหารระดับสูงจะย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอ จะต้องมีการคุยกันก่อน
การจะให้ไปช่วยทำงานที่ไหน ต้องมีการโน้มน้าว มีการขอความร่วมมือ ไม่ใช่อยู่ๆก็มาสั่งย้ายแบบนี้ ผมคัดค้านเต็มที่ ผมไม่เห็นด้วยเต็มที่ และผมคิดว่าคำสั่งครั้งนี้นั้น ฝ่ายการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพราะว่าหมอสุภัทร ซึ่งเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบทเป็นคู่ขัดแย้งกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วเมื่อคำสั่งออกมาแบบนี้ แม้ว่าผู้ตรวจราชการจะเป็นคนเซ็นคำสั่ง แต่ก็ถูกอิทธิพลจากรัฐมนตรีแน่นอน จะอ้างว่าไม่เกี่ยวเป็นเรื่องของข้าราชการประจำไม่ได้
หมอสุภัทรเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ เป็นปากเป็นเสียงให้โรงพยาบาลชุมชนทั้งประเทศ หมอสุภัทรก็ทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดีมาก ถ้าไม่มีหมอสุภัทรรวมถึงประธานชมรมแพทย์ชนบทรุ่นก่อน โรงพยาบาลชุมชนจะไม่อยู่ในสายตาของกระทรวงสาธารณสุขเลย เราถูกทอดทิ้ง เราถูกละเลยมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาหมอสุภัทรและอดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทก็ต่อสู้และให้ความเห็นเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งนั้น ไม่ใช่เพื่อตัวเองเลย อันนี้ผมต้องขอชื่นชม อย่างไรก็แล้วแต่ผมขอยืนอยู่เคียงข้างหมอสุภัทรตลอด และยืนยันว่าคำสั่งนี้ ไม่มีธรรมาภิบาล ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งคนดี จึงขอให้กำลังใจคุณหมอสุภัทรว่ายังมีคนเห็นคุณความดีอยู่เบื้องหลัง แม้ว่าจะออกแนวหน้าไม่ได้ แต่ก็ขอเป็นกำลังใจ
ในอนาคตต่อไปถ้าผู้ตรวจราชการสามารถสั่งย้ายผอ.โรงพยาบาลชุมชนตามใจแบบไม่มีธรรมาภิบาล ไม่ถามความสมัครใจแบบนี้จะเกิดปัญหาแน่นอน ถ้าเป็นอย่างนี้สถานะของโรงพยาบาลชุมชนจะไม่มีใครอยากอยู่ ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ และมันจะย้อนกลับไปสู่อดีตที่กระทรวงไม่เคยเหลียวแลโรงพยาบาลชุมชนเลย ทั้งที่โรงพยาบาลชุมชนเป็นหน่วยงานสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ดูแลสารทุกข์สุขดิบและสุขภาพของประชาชนได้อย่างดีที่สุด”

