‘กอ.รมน.-พยัคฆ์ไพร’ จับนายทุน ละเลงภูเขาทำร้านอาหารในป่าสงวนฯ อบต.ห้ามแล้วก็ไม่ฟัง
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำโดยนายสมชาย ฉิมแย้ม หน่วยป้องรักษาป่าที่ ลย.6 (นาแห้ว) นายก อบต.นามาลา และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ ตามข้อร้องเรียนพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ ปรับพื้นที่ขนาดใหญ่สร้างรีสอร์ต ร้านอาหาร และลานกางเต็นท์แคมป์ปิ้ง บริการนักท่องเที่ยว ชื่อ “9ง้อมแคมป์ปิ้งวิว” อยู่ริมถนนสายด่านซ้าย-เหมืองแพร่ บ้านหนองหวาย หมู่ 5 ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย อยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ เป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ

พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณประตูทางเข้า “9ง้อมแคมป์ปิ้งวิว” พบว่ามีไม้ไผ่ปิดกั้นประตูทางเข้า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในไม่พบผู้ใดอยู่ในพื้นที่ แต่คณะเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนหาพยานหลักฐานความเชื่อมโยงจนชัดเจน ว่ามีการซื้อขายเปลี่ยนมือผู้ครอบครองเดิม และขยายพื้นที่บุกรุกป่าใหม่ ซึ่งเป็นความผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522

เจ้าหน้าที่จับค่าพิกัดพื้นที่บุกรุกยึดถือครอบครอง คำนวณเนื้อที่ได้ 5-3-57 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเบื้องต้นเป็นเงิน 883,500 บาท ตรวจยึดพื้นที่ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ตรวจวัดขนาดสิ่งปลูกสร้างอาคาร และโดมที่พักถาวร รวม 7 หลัง ตรวจยึดอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งหมด ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
โดยขณะตรวจสอบภายในรีสอร์ตพบไม้สักท่อนวางกองอยู่บริเวณอาคารที่พัก ไม่พบรูปรอยดวงตราตีประทับแต่อย่างใด จึงตรวจยึดไว้จำนวน 6 ท่อน ปริมาตร 0.34 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 20,400 บาท ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า สำหรับการตรวจยึดรีสอร์ต 9ง้อมแคมป์ปิ้งวิว วันนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2565 ตนและหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำโดยนายชาญชัย กิจศักดาภาพ ได้เข้าตรวจสอบ 9ง้อมแคมป์ปิ้งวิว ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียน พบนายไพโรจน์ แก้วเกษศรี แสดงตนเป็นผู้ถือครองที่ดิน และแจ้งว่าได้ทำประโยชน์ต่อมาจากบิดา มารดา มาตั้งแต่ประมาณปี 2536 ซึ่งเคยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาสำรวจการถือครอง
“ปัจจุบันได้ร่วมกับนายวินิจ ยศปัญญา ปรับพื้นที่ไร่เกษตรเดิม เพื่อทำลานกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว แต่คณะเจ้าหน้าที่ได้อ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง พบว่าพื้นที่บางส่วนมีร่องรอยการทำประโยชน์มาก่อน เพื่อให้ได้รายละเอียดถูกต้องครบถ้วน จึงทำการอ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศโดยละเอียด เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย ปรากฏว่ามีการบุกรุกขยายพื้นที่ทำกินเดิม ซึ่งผิดเงื่อนไขการทำกินในเขตป่าสงวนฯตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41”

“เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำนายไพโรจน์ ให้การยอมรับว่าได้ขายที่ทำกินให้กับนายวินิจ ในราคา 5 แสนบาท เพื่อก่อสร้าง “9ง้อมแคมป์ปิ้งวิว” โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และก่อสร้างถนนคอนกรีตกว้าง 4 เมตร ยาว 256 เมตร จาก อบต.นามาลา แต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิที่ดิน และอยู่ในเขตป่าสงวนฯ อบต.นามาลา จึงไม่อนุญาตให้ก่อสร้าง แต่นายวินิจไม่เชื่อฟังกลับก่อสร้างอาคารถาวรจนเสร็จ รวม 7 หลัง และเปิดให้บริการรับนักท่องเที่ยวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
โดยพื้นที่ก่อสร้าง “9 ง้อมแคมป์ปิ้งวิว” นายวินิจแสดงตนเป็นเจ้าของชัดเจน โดยย้ายภูมิลำเนามาจาก ต.นาบึง เป็นผู้ขอบ้านเลขที่ 162 หมู่ 5 ต.นามาลา อ.นาแห้ว ด้วยตนเอง การกระทำของนายวินิจดังกล่าวจึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522″ พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว

พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการตรวจยึดพื้นที่บุกรุก เนื้อที่ 5-3-57 ไร่, อาคาร 7 หลัง และตรวจยึดไม้สัก 6 ท่อน ส่ง พงส.สภ.นาแห้ว ดำเนินคดี เพื่อติดตามตัวนายวินิจและผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดี โดยมอบให้หน่วยป้องรักษาป่าที่ ลย.6 (นาแห้ว) เป็นผู้กล่าวโทษ


