ชัชชาติ จ่อเด้งรับบิ๊กป๊อก เตรียมประกาศ WFH หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐานติดกัน 3 วันรวด
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ที่สำนักงานเขตธนบุรี นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ
นายชัชชาติกล่าวว่า ฝุ่นมาจาก 3 ส่วน คือ 1.จากไอเสียรถยนต์ 2.สภาพอากาศปิด และ 3.การเผาชีวมวล ซึ่งถ้าสามปัจจัยนี้เจอพร้อมกันจะทำให้ฝุ่นสูงเกือบ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหมือนช่วงที่ผ่านมา ส่วนการคาดการณ์ช่วงสัปดาห์หน้า ลมทางทิศใต้จะพัดเข้ามาแรงขึ้น ไม่นำควันเผาชีวมวลจากทิศตะวันออกเข้ามา และสภาพอากาศเปิด จะทำให้สถานการณ์ฝุ่นในช่วง 4-5 วันนี้เบาบางลง โดย 7 วันหลังจากนี้จะมีสถานการณ์ฝุ่นที่ดีขึ้น
“กทม. เรามีแผนดำเนินการ ทำได้หลักๆ คือควบคุมควันดำจากรถยนต์และโรงงาน ซึ่งเราก็มีการตรวจอยู่ต่อเนื่อง ทั้งยังกำชับไม่ให้มีการเผาในพื้นที่เขตหนองจอก เขตมีนบุรี ส่วนเรื่องรถยนต์ มันก็มีตัวอื่นที่ต้องทำระยะยาว ควบคุมไอเสียจากรถยนต์ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นภาพรวมระดับประเทศ อาจจะจำกัดรถเก่าวิ่ง คงต้องเป็นแผนวาระแห่งชาติที่ทุกหน่วยงานมีอยู่แล้ว” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามว่า จาก สถิติผู้ป่วย จำนวนมากที่ได้รับผลกระทบฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ นายชัชชาติกล่าวว่า ผู้ป่วยประกอบด้วยโรคทางเดินหายใจ โรคเยื่อตาบุอักเสบ โรคผื่นลมพิษ รวมไปถึงโรคเส้นเลือดในสมองตีบลง ซึ่งไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าจะมีโรคนี้ที่เกิดจากฝุ่นได้ด้วย โดยเมื่อช่วงปลายปีมีจำนวนผู้ป่วยเฉลี่ย 400 คนต่อวัน แต่ตอนเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จำนวนสูงขึ้นอาจจะสูงถึง 700-800 คน ตัวเลขเพิ่มขึ้นประมาณ 45% ซึ่งทาง กทม.มีการให้บริการที่ศูนย์สาธารณสุข และเปิดคลินิกมลพิษทางอากาศ อย่างไรก็ต้องขอความร่วมมือให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อช่วยกรองฝุ่นด้วย
ส่วนกรณีที่พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอความร่วมมือให้ทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home นายชัชชาติกล่าวว่า ทาง กทม.มีมาตรการอยู่แล้ว ถ้าค่าฝุ่นเกินมาตรฐานสามวันติดต่อกันจะประกาศให้มีการทำงานที่บ้าน แต่ในขณะนี้ยังไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากทาง รมว.จะขอเป็นกรณีพิเศษก็สามารถทำได้ ส่วนในคราวที่ผ่านมาที่เราไม่ได้มีการประกาศ Work from Home เนื่องจากมันยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ กทม.ตั้งไว้แต่ก็ได้มีการดูสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 12 มีนาคม ที่มีประกาศเรื่องพายุฤดูร้อน แต่เท่าที่ดูเหมือนจะเป็นแค่จุดเดียวแต่ต้องระวังในสองมิติ คือ เรื่องความแรงของลมซึ่งอาจจะเกิดต้นไม้หักล้มลงมาได้ ซึ่งทาง กทม. ก็ได้มีการดูแลต้นไม้ในส่วนที่อาจจะเกิดความเสี่ยง พร้อมฝากเตือนประชาชนระมัดระวังด้วยในบางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่อาจจะเข้าไปไม่ถึง ส่วนเรื่องน้ำท่วม ตนได้มอบหมายไปยังสำนักการระบายน้ำให้เฝ้าระวัง แต่คาดว่าไม่น่าห่วงมากเนื่องจากพายุเข้าเพียงวันเดียว

